สวาทหลังจอ เจ้าชายเพลย์บอย
ตอนที่ 7
ตอนฟรีสวาทหลังจอ เจ้าชายเพลย์บอย ตอนที่ 7: คืนพายุบนเกาะ
═══════════════════════════════════════════
ท้องฟ้าเหนือเกาะช้างเปลี่ยนสีจากสีครามเข้มเป็นสีเทาตะกั่วในชั่วพริบตา
ลมกรรโชกพัดต้นมะพร้าวเอนลู่ไปตามแรง ใบไม้กระจัดกระจายปลิวว่อนราวกับมีมือยักษ์คว้าฉีกออกจากกิ่ง คลื่นซัดเข้าหาดแรงจนฟองขาวกระเด็นขึ้นมาถึงแนวทราย กลิ่นเกลือผสมกลิ่นดินเปียกโชยมาแรงจนแสบจมูก
"เก็บอุปกรณ์! เก็บให้หมด!" เสียงผู้กำกับพิพัฒน์ตะโกนสั่งการดังกลบเสียงลม ทีมงานวิ่งวุ่นขนกล้อง ไฟ และอุปกรณ์ถ่ายทำเข้าที่กำบัง
ชนัญญายืนกางแขนบังลมพร้อมกับโอบจอมอนิเตอร์เข้ากับอก "ออม! ช่วยเอาผ้าคลุมมาอีกผืน!"
ออมวิ่งลุยลมมาด้วยผ้าใบสีเขียวในมือ ผมสั้นปลิวกระจาย "แพร! กรมอุตุฯ แจ้งเตือนระดับสามแล้ว! พายุลูกนี้แรงมาก!"
แพรกัดริมฝีปาก เม็ดฝนเริ่มสาดมาเป็นระลอกแรก ใหญ่หนัก กระทบผิวหนังเจ็บแปลบ เธอมองไปรอบกองถ่ายที่กำลังเก็บข้าวของอย่างเร่งรีบ
_พายุ..._
ความคิดเพียงเท่านั้นก็ทำให้หัวใจเธอหดตัว
ฟ้าแลบวาบสว่างจ้าข้ามขอบฟ้า ตามด้วยเสียงฟ้าร้องครืนสั่นสะเทือน แพรสะดุ้งทั้งตัว มือกำผ้าใบแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
_ไม่เป็นไร... แค่ฟ้าร้อง..._
แต่ร่างกายเธอไม่เชื่อฟังความคิด ความกลัวที่ฝังลึกตั้งแต่เด็ก — คืนที่พ่อแม่ทะเลาะกันหนักที่สุด ก็เป็นคืนพายุ แม่เดินออกจากบ้านไปกลางสายฝน ทิ้งเธอไว้คนเดียวกับเสียงฟ้าร้องที่ดังราวกับโลกจะแตก
"แพร เข้าบังกะโลเลย!" พิพัฒน์ตะโกนเรียก สายฝนเริ่มตกหนักจนแทบมองไม่เห็นอะไร "พรุ่งนี้ค่อยถ่ายต่อ!"
"ค่ะพ่อ!" แพรตะโกนตอบ แต่เสียงเธอสั่นไหว
═══════════════════════════════════════════
ณัฐวัฒน์ยืนอยู่ใต้ชายคาเทรลเลอร์ของเขา จ้องมองพายุที่ถล่มเกาะช้างอย่างดุเดือด
ฝนตกเป็นม่านหนาทึบ มองออกไปแทบไม่เห็นแม้แต่บังกะโลถัดไปที่อยู่ห่างไม่ถึงยี่สิบเมตร ลมหอบเอาเม็ดฝนสาดเข้ามาใต้ชายคา เปียกเสื้อยืดสีดำของเขาเป็นหย่อมๆ
เขาจุดเทียนหอมวางบนโต๊ะข้างเตียง แสงสีส้มอ่อนเต้นระริกไปตามแรงลมที่ลอดเข้ามาตามขอบหน้าต่าง กลิ่น Bleu de Chanel จางๆ ผสมกับกลิ่นขี้ผึ้งและกลิ่นฝน
โทรศัพท์มือถือเหลือแบตเตอรี่สิบเปอร์เซ็นต์ สัญญาณไม่มี เขาวางมันลงบนโต๊ะแล้วถอนหายใจ
_แม่จะโทรมาไหมนะคืนนี้..._
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาเสมอในคืนที่เขาอยู่คนเดียว ป้าสมศรีอาจจำไม่ได้แล้วว่าลูกชายไปถ่ายหนังที่ไหน แต่บางคืนเธอก็โทรมาถามด้วยเสียงสับสนว่า "ณัฐเหรอจ๊ะ? ณัฐอยู่ไหนจ๊ะ?"
ฟ้าผ่าสว่างวาบ ตามด้วยเสียงฟ้าร้องสนั่นหวั่นไหว ไฟในเทรลเลอร์กะพริบหนึ่งครั้ง สองครั้ง — แล้วดับวูบ
ความมืดกลืนทุกอย่าง
"เฮ้ย..." ณัฐพึมพำ ลูบมือไปตามผนังจนเจอลิ้นชัก ควานหาไฟแช็กอีกอันมาจุดเทียนเพิ่ม
แสงเทียนสามเล่มส่องเทรลเลอร์เล็กๆ ของเขาให้สว่างจางๆ เงาของเขาทาบบนผนังเคลื่อนไหวตามแสงไฟที่เต้นระริก นอกหน้าต่าง ฝนกระหน่ำเหมือนมีคนเอาถังน้ำมาเทราดหลังคา ลมหอนหวีดผ่านซอกไม้
เขาถอดเสื้อเปียกออก โยนลงตะกร้า เปิดตู้หยิบเสื้อยืดสีขาวตัวใหม่สวม แล้วนั่งลงบนเตียง มองเปลวเทียนเต้นไหว
_คืนนี้ยาวนะ..._
═══════════════════════════════════════════
ในบังกะโลห่างออกไปสามหลัง ชนัญญานั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง
ห้องมืดสนิท ไฟดับทั้งรีสอร์ต เธอมีแค่แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ที่เหลือแบตสิบห้าเปอร์เซ็นต์ สัญญาณมือถือขาดสนิท
ฟ้าแลบวาบ — เธอเห็นเงาต้นไม้ข้างนอกเหมือนมือยักษ์คว้ามาทางหน้าต่าง ตามด้วยเสียงฟ้าร้องที่ดังจนสั่นทั้งตัว
"อ๊าาา!" เสียงหวีดหลุดออกจากปากก่อนจะกัดริมฝีปากไว้
_หยุดกลัวได้แล้ว ชนัญญา เธออายุยี่สิบสี่แล้วนะ!_
แต่ร่างกายไม่ฟัง มือเธอสั่น หัวใจเต้นรัว น้ำตาเริ่มคลอ เธอดึงผ้าห่มมาคลุมหัว ซุกตัวแน่น พยายามหายใจช้าๆ
ฟ้าร้องอีกครั้ง ครั้งนี้ดังสนั่นราวกับฟ้าผ่าลงมาข้างๆ บังกะโล
แพรร้องหวีด ผ้าห่มร่วงจากมือ เธอกระโดดลงจากเตียง หัวใจทุบอก น้ำตาไหลพราก
_ออม... ออมอยู่ห้องไหน... ไกลเกินไป..._
หน้าจอโทรศัพท์ดับ แบตหมด ความมืดสมบูรณ์แบบกลืนกินทุกอย่าง
เธอคลำไปที่ประตู มือสั่นจนไขกลอนแทบไม่ได้ เมื่อเปิดประตูออก ลมกรรโชกพัดฝนสาดเข้าเต็มหน้า ผมเปียกโชกในพริบตา แต่เธอไม่สน
สายตาเธอมองฝ่าม่านฝน — บังกะโลออมอยู่อีกฝั่ง ไกลเกินไปในความมืดนี้ แต่เทรลเลอร์ของณัฐวัฒน์... แสงเทียนริบหรี่ส่องออกมาจากหน้าต่าง อยู่ใกล้กว่า
_ไม่... อย่าไปหาเขา_
ฟ้าผ่าสว่างจ้าราวกับกลางวัน ตามด้วยเสียงฟ้าร้องที่ดังที่สุดในคืนนี้
แพรวิ่ง
เธอวิ่งสุดชีวิตฝ่าสายฝน รองเท้าแตะหลุดกลางทาง เท้าเปล่าเหยียบพื้นดินเฉอะแฉะ ชุดนอนผ้าบางเปียกโชกแนบร่าง ผมยาวสีน้ำตาลลีบติดหน้าติดคอ
ฝนตกหนักจนหายใจแทบไม่ออก ลมพัดจนเซ แต่เธอไม่หยุด
ขึ้นบันไดเทรลเลอร์สองขั้น ทุบประตู
ตึก ตึก ตึก!
"ณัฐ! ณัฐ!"
═══════════════════════════════════════════
ณัฐวัฒน์ลุกจากเตียงทันทีที่ได้ยินเสียงทุบประตู เขาเดินไปเปิด — แล้วค้างไป
ชนัญญายืนอยู่ตรงหน้า
เปียกโชกตั้งแต่หัวจดเท้า ชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวบางเฉียบแนบติดร่างราวกับเสื้อผ้าไม่มีอยู่จริง เส้นผมสีน้ำตาลลีบติดแก้ม ติดคอ ติดไหล่ ริมฝีปากสั่น ตัวสั่น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างเต็มไปด้วยความกลัว น้ำตาผสมน้ำฝนไหลลงตามแก้ม
ณัฐไม่พูดอะไร
เขาเอื้อมมือออกไป จับแขนเธอ แล้วดึงเข้ามาในเทรลเลอร์
ประตูปิดลง กันเสียงพายุออกไปได้ครึ่งหนึ่ง
"ยืนนิ่งๆ" เสียงเขาทุ้มต่ำ สงบ เขาหยิบผ้าขนหนูจากตู้มาคลุมไหล่เธอ ใช้ปลายผ้าซับน้ำฝนบนใบหน้า บนผม ท่าทางเบามือราวกับกลัวเธอจะแตกสลาย
แพรยืนสั่นเทิ้ม ริมฝีปากคลายเปิดราวกับจะพูดอะไร แต่ไม่มีเสียงออกมา เธอรู้สึกถึงความอุ่นของผ้าขนหนู ถึงกลิ่น Bleu de Chanel ที่คุ้นเคยจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ถึงมือใหญ่ที่ซับน้ำบนแก้มเธออย่างนุ่มนวล
_ทำไมต้องมาหาเขา ชนัญญา..._
"กลัวฟ้าร้อง?" เสียงณัฐถามเบาๆ ไม่มีน้ำเสียงแหย่หรือเย้ยหยัน เป็นเพียงคำถามตรงๆ
เธอพยักหน้าอย่างอายจนแทบไม่เห็น
ณัฐไม่พูดอะไร เขาจูงมือเธอไปนั่งบนเตียง หยิบเสื้อฮูดตัวใหญ่ของเขามาวาง "เปลี่ยนก่อน เปียกหมด" แล้วหันหลังให้
แพรมองหลังกว้างของเขาในแสงเทียน เงาของกล้ามเนื้อใต้เสื้อยืดสีขาวชัดเจน เธอรีบเปลี่ยนเสื้อด้วยมือสั่น เสื้อฮูดของเขาใหญ่กว่าตัวเธอสองเท่า กลิ่นน้ำหอมของเขาโอบล้อมทุกอณู
"เปลี่ยนแล้ว" เสียงเธอแหบเบา
ณัฐหันกลับมา สายตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองเธอในเสื้อฮูดตัวโคร่งที่ยาวถึงเข่า เส้นผมเปียกยังหยดน้ำ ใบหน้าซีดขาวในแสงเทียน ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้
_สวยจัง..._
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ เขากลืนน้ำลาย กดความรู้สึกนั้นลง แล้วนั่งลงข้างเธอ ห่างพอประมาณ
"ไฟดับทั้งเกาะ คงไม่มีจนเช้า" เขาพูดเรื่อยเปื่อย พยายามทำให้บรรยากาศเบาลง "อยู่นี่ก่อนก็ได้ ไม่ต้อง—"
ฟ้าร้องครั้งใหม่ สนั่นหวั่นไหว เทรลเลอร์ทั้งคันสั่นสะเทือน เทียนเล่มหนึ่งดับวูบ
"อ๊าาา!" แพรร้องหวีดแล้วพุ่งเข้ามาเกาะแขนเขาสุดแรง ใบหน้าซุกอกเขา ร่างตัวสั่นเทิ้ม
ณัฐค้าง
ร่างเล็กกดแนบอกเขา ความอุ่นของเธอซึมผ่านผ้า กลิ่น YSL Mon Paris จางๆ ผสมกับกลิ่นฝนลอยขึ้นมา เส้นผมเปียกของเธอแตะคางเขา มือเรียวเกาะเสื้อเขาแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป
เขายกมือขึ้นช้าๆ — แล้ววางลงบนหลังเธอ
"ชช... ไม่เป็นไร" เสียงเขากระซิบต่ำข้างหูเธอ มือลูบหลังช้าๆ เป็นจังหวะ "ผมอยู่นี่"
แพรสั่นหนักขึ้นเมื่อฟ้าร้องอีกครั้ง เธอรัดแขนรอบเอวเขาแน่น ไม่สนแล้วว่าคนตรงหน้าจะเป็นใคร ไม่สนแล้วว่าเธอเคยสาบานกับตัวเองว่าจะไม่เข้าใกล้เพลย์บอยคนนี้
ณัฐรู้สึกถึงหัวใจเธอเต้นรัวกระทบอกเขา เร็วมาก แรงมาก เหมือนนกน้อยที่ติดกรง เขากอดเธอแน่นขึ้น มือหนึ่งลูบหลัง อีกมือวางบนท้ายทอย นิ้วสอดเข้าไปในเส้นผมเปียก
"เธอจะกลัวฟ้าร้องไปทำไม..." เสียงเขากระซิบแผ่วข้างหูเธอ ลมหายใจอุ่นผ่านผิว "มีอะไรน่ากลัวกว่ากันอยู่ตรงนี้"
แพรเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้แค่คืบ แสงเทียนทอดเงายาวบนสันจมูกคม ริมฝีปากบาง คางเหลี่ยม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองเธอ — ไม่ใช่สายตายั่วแหย่แบบที่เคย ไม่ใช่สายตาเพลย์บอย
เป็นสายตาที่เข้มข้น ลึก ร้อนระอุ ราวกับเปลวไฟที่กำลังจะลุกท่วม
หัวใจเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"ณัฐ..." เสียงเธอแหบกระซิบ
มือเขาเลื่อนจากท้ายทอยมาที่แก้มเธอ นิ้วหัวแม่มือลูบคราบน้ำตาที่เหลืออยู่ ช้าๆ อ่อนโยน สายตาเขาเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากเธอที่เผยอ สั่นเล็กน้อย
ฝนกระหน่ำหลังคาเทรลเลอร์เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลมหอนรอบนอก แต่ข้างในนี้ มีเพียงเสียงหายใจของสองคนที่ถี่ขึ้นเรื่อยๆ
"กล้องปิดแล้ว..." เสียงเขาทุ้มต่ำ กระซิบแผ่วเบาจนแทบเป็นเพียงลมหายใจ
"มีแค่เราสองคน"
═══════════════════════════════════════════
ตอนต่อไป: ตอนที่ 8 — เทรลเลอร์กลางสายฝน