สวาทลับในวังหลวง

ตัวตนที่แท้จริง

ตอนฟรี

ตอนที่ 4: ตัวตนที่แท้จริง

──────────────────────────────────────

ข่าวแพร่กระจายเร็วกว่าไฟลามทุ่ง

เช้าวันรุ่งขึ้น ฝ่ายในกระซิบกันทั่วว่า มีนางสนมคนหนึ่งลักลอบเข้าไปในเขตสวนพระตำหนักองค์ชายอิศวร ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเป็นใคร แต่ท้าวศรีจุฬาลักษณ์มีหูตาทั่ววัง

"จันทร์วลัย!"

เสียงแหลมคมดังขึ้นตั้งแต่เธอเพิ่งออกจากเรือนนอน ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ยืนคอยอยู่พร้อมสาวใช้สี่ห้าคน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ

"เพคะ ท่านท้าว" จันทร์วลัยก้มศีรษะ หัวใจตุ๊มๆ

"มีคนเห็นเจ้าลอบเข้าไปในเขตสวนพระตำหนักฝ่ายหน้าเมื่อวาน" ท้าวศรีจุฬาลักษณ์เดินเข้ามาใกล้ เสียงเย็นเฉียบ "เจ้ากล้าดียิ่งนัก ลูกสาวกบฏไม่รู้ที่ต่ำที่สูง"

"ท่านท้าว หม่อมฉันหลงทางเข้าไปขณะเก็บดอกมะลิ ไม่ได้ตั้งใจ"

"หลงทาง?" ท้าวศรีจุฬาลักษณ์หัวเราะเย็น "หรือจงใจเข้าไปยั่วยวนผู้มีศักดิ์สูง เหมือนที่แม่เจ้าเคยทำ?"

คำพูดนั้นเหมือนตบหน้า จันทร์วลัยเงยหน้าขึ้น ตาเป็นประกายไฟ

"อย่าเอ่ยถึงแม่ของหม่อมฉัน" เสียงของเธอเปลี่ยนไป ไม่ใช่เสียงนอบน้อมอีกต่อไป "ท่านจะว่าหม่อมฉันอย่างไรก็ได้ แต่อย่าแตะต้องคนที่หม่อมฉันรัก"

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์เปิดตาโพลง นางสนมคนอื่นอ้าปากค้าง ไม่มีใครเคยกล้าพูดกับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ด้วยน้ำเสียงแบบนี้

"เจ้า..." ท้าวศรีจุฬาลักษณ์สั่นด้วยความโกรธ "อาจหาญ! ลากมันไป!"

สาวใช้สองคนรีบเข้ามาจับแขนจันทร์วลัย ลากเธอไปกลางลานหน้าเรือนใหญ่ ที่ซึ่งนางสนมทุกคนมองเห็น

"ผูกมัน" ท้าวศรีจุฬาลักษณ์สั่ง

มือของจันทร์วลัยถูกผูกกับเสาไม้กลางลาน เชือกรัดข้อมือจนบาดเนื้อ เธอกัดฟันแน่น ไม่ยอมร้อง

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์หยิบหวายยาวขึ้นมา แกว่งในอากาศจนเกิดเสียงหวือ

"ยี่สิบที" เธอประกาศดังลั่น "ฐานบุกรุกเขตฝ่ายหน้า และพูดจาอาจหาญต่อผู้มีศักดิ์สูงกว่า"

นางสนมรอบข้างมองด้วยความหวาดกลัว บ้างเบือนหน้า แก้วตายืนอยู่ท้ายฝูง น้ำตาไหลพราก แต่ไม่กล้าขยับ ถ้าเธอวิ่งออกไปช่วย เธอจะถูกลงโทษด้วย

หวายเส้นแรกฟาดลงบนหลังจันทร์วลัย

"อืก—!"

เสียงหลุดออกมาเพียงเสียงเดียว จันทร์วลัยกัดริมฝีปากจนเลือดซึม เธอจะไม่ร้อง จะไม่ให้ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้สมใจ

เส้นที่สอง สาม สี่ ห้า... ทุกเส้นสาดลงบนหลังราวกับไฟลวก ผิวแตก เลือดซึมเปื้อนผ้า จันทร์วลัยกัดฟันจนขากรรไกรสั่น น้ำตาไหลแต่ไม่มีเสียงร้อง

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์เริ่มหงุดหงิดที่จันไม่ร้องขอชีวิต เธอเฆี่ยนแรงขึ้น

เส้นที่หก เจ็ด แปด...

"หยุด"

เสียงเดียว ไม่ดัง แต่ทุกคนในลานได้ยิน เพราะมันมีน้ำหนักที่ทำให้อากาศรอบข้างแข็งตัว

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ชะงักมือ หันไปทางเสียง สีหน้าเปลี่ยนจากโกรธเกรี้ยวเป็นซีดขาวในชั่วพริบตา

องค์ชายอิศวรทรงยืนอยู่ที่ปลายลาน

พระองค์ทรงฉลองพระองค์ชุดทหาร ผ้าโจงกระเบนสีเข้ม ผ้าคาดพระอุระ ดาบเหน็บพระสะเอว ทรงเสด็จมาจากการฝึกทหารยามเช้า พระวรกายสูงโดดเด่นกว่าทหารที่ตามเสด็จ ผมสีดำมัดรวบ พระพักตร์คมกริบไร้อารมณ์ แต่สายพระเนตรที่มองมายังท้าวศรีจุฬาลักษณ์เย็นชาราวกับมองแมลง

"กราบทูลพระองค์ชาย!" ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ทิ้งหวาย หมอบลงกับพื้น "หม่อมฉันกำลังลงโทษนางสนมที่ฝ่าฝืนกฎ—"

"ข้าบอกให้หยุด" พระสุรเสียงเรียบเฉย แต่ทุกพยางค์คมราวกับใบดาบ "ข้าไม่ได้ถามว่าทำอะไร"

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์หน้าซีดยิ่งขึ้น ก้มหน้าแนบพื้น

องค์ชายอิศวรทรงเดินเข้ามาในลาน ทหารที่ตามเสด็จหยุดอยู่ด้านนอก พระองค์เสด็จตรงมายังเสาที่จันทร์วลัยถูกผูก

จันทร์วลัยเงยหน้าขึ้นสบพระเนตร

เป็นเขา

ชายที่เธอเถียนด้วยในสวนดอกมะลิ ชายที่เธอถามว่า "คนสวนมีแผลเป็นจากดาบที่ไหล่หรือ" ชายที่เธอพูดด้วยอย่างเป็นกันเอง—คือองค์ชายอิศวร พระราชโอรสองค์ที่สาม จอมทัพแห่งกรุงศรีอยุธยา

เธอรู้มาตั้งแต่เมื่อวานจากแก้วตา แต่การได้เห็นพระองค์ในชุดทหาร ทรงดำเนินเข้ามาด้วยพระบารมีที่ทำให้ทุกคนหมอบราบ มันต่างจากชายที่นั่งอ่านหนังสือในศาลาราวกับคนละคน

สายพระเนตรกวาดมาที่หลังของจันทร์วลัย ที่ซึ่งรอยหวายเป็นทางเลือดแดงสดบนผ้าขาว พระหัตถ์ที่ห้อยอยู่ข้างพระวรกายกำแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาว

"แก้เชือก" พระองค์ตรัสกับขุนศึกที่ตามมา

ขุนศึกรีบเข้ามาแก้เชือกที่ข้อมือจันทร์วลัย เชือกที่รัดแน่นจนข้อมือเป็นรอยแดงช้ำ เมื่อเชือกหลุด จันทร์วลัยเซไปข้างหน้า ขาอ่อนเพราะเจ็บ

องค์ชายอิศวรไม่ได้ยื่นพระหัตถ์มาประคอง แต่พระองค์ยืนอยู่ตรงนั้น ใกล้พอที่จันทร์วลัยจะรู้สึกถึงเงาของพระองค์บังแดดให้เธอ

จันทร์วลัยตั้งตัวตรง กัดฟัน ไม่ยอมล้มลง เธอก้มศีรษะเฉพาะพอเป็นพิธี

"กราบพระองค์ชาย" เธอพูดเสียงแผ่ว แต่มั่นคง

พระองค์ทรงมองเธอ สายพระเนตรจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาแต่ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอ ริมฝีปากที่บวมเพราะกัดจนเลือดออก แต่ยังเม้มแน่น

"ท้าวศรีจุฬาลักษณ์" พระองค์ตรัสโดยไม่หันไปมอง

"เพคะ พระองค์ชาย" เสียงสั่นจากพื้น

"นางลงโทษนางสนมคนนี้ ฐานอะไร"

"ฐาน... ฐานบุกรุกเขตสวนพระตำหนักฝ่ายหน้า เพคะ"

"สวนของข้า?"

"เพ... เพคะ"

"แปลก" พระองค์ตรัส น้ำเสียงเย็นชา "ข้าเป็นเจ้าของสวน แต่ข้าไม่ได้สั่งลงโทษ แล้วใครให้สิทธิ์เจ้าลงโทษแทนข้า?"

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์เปิดปากแต่ไม่มีเสียงออกมา เธอตระหนักว่าตัวเองผิดพลาด การลงโทษเรื่องที่เกี่ยวกับเขตพระตำหนักองค์ชาย ต้องได้รับพระอนุญาตจากพระองค์ก่อน

"หม่อมฉัน... หม่อมฉันกระทำไปตามกฎฝ่ายใน เพคะ—"

"กฎฝ่ายใน ไม่ครอบคลุมเรื่องของฝ่ายหน้า" พระองค์ตรัสตัดบท "นางข้ามอำนาจ"

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์หน้าขาวราวกับกระดาษ ก้มหน้าแนบพื้น ไม่กล้าเถียงแม้แต่คำเดียว

"นับจากนี้" องค์ชายตรัส "เรื่องใดที่เกี่ยวกับเขตฝ่ายหน้า ต้องผ่านข้าก่อน ข้าไม่ชอบให้ใครมาจัดการเรื่องของข้าเอง"

"เพคะ พระองค์ชาย" ท้าวศรีจุฬาลักษณ์พูดเสียงแผ่ว

องค์ชายอิศวรทรงหันมามองจันทร์วลัยอีกครั้ง สายพระเนตรวาบผ่านรอยหวายบนหลังเธอ แล้วทรงหันหลังเสด็จออกไปโดยไม่ตรัสอะไรอีก

ขุนศึกก้มศีรษะตามเสด็จ แต่ก่อนจะเดินจากไป เขาแอบหยิบขวดยาเล็กๆ วางไว้ที่มือจันทร์วลัย พูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน

"น้ำมันทาแผล ใช้คืนนี้"

แล้วเขาก็จากไป

จันทร์วลัยกำขวดยาไว้ในมือ มองตามขบวนองค์ชายจนลับตา

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ลุกขึ้นจากพื้น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นและอัปยศ เธอถูกตำหนิต่อหน้าทุกคน ถูกทำให้เสียหน้า—และทั้งหมดเพราะนางสนมลูกกบฏคนนี้

สายตาที่มองจันทร์วลัยเต็มไปด้วยพิษร้าย

"เจ้า..." ท้าวศรีจุฬาลักษณ์กระซิบเบาจนเฉพาะจันได้ยิน "ข้าจะไม่ลืมเรื่องนี้"

แล้วเธอก็หมุนตัวเดินจากไป สาวใช้รีบตามหลัง

────

แก้วตาวิ่งมาหาจันทร์วลัยทันทีที่คนอื่นกระจายไป

"คุณหญิง! หลังเป็นอย่างไร ให้ฉันดูหน่อย!" แก้วตาอ้อมไปข้างหลัง เห็นรอยหวายแล้วร้องหงึก "แปดรอย เลือดไหลทุกรอย..."

"ไม่เป็นไร แก้วตา" จันทร์วลัยพูดเบา "ข้ายังอยู่"

แก้วตาช่วยพาจันไปนั่งในที่ร่ม ค่อยๆ เช็ดเลือดที่หลังด้วยผ้าชุบน้ำ จันทร์วลัยกัดฟัน ทนเจ็บ

"คุณหญิง... องค์ชายอิศวรเสด็จมาช่วยคุณหญิงเอง" แก้วตากระซิบ น้ำเสียงทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัว "ทุกคนตะลึง ไม่มีใครเคยเห็นพระองค์เสด็จมาที่ฝ่ายในเลยค่ะ"

จันทร์วลัยนิ่ง เธอไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร ดีใจที่ถูกช่วย? กลัวว่าจะเป็นหนี้บุญคุณเจ้านาย? หรือสับสนว่าทำไมพระองค์ถึงช่วยเธอ?

"แก้วตา เอาน้ำมันนี้ทาแผลให้ข้าหน่อย" เธอยื่นขวดเล็กๆ ให้

แก้วตารับมาดม "นี่... น้ำมันหอมจากพระตำหนักองค์ชายนี่คะ!" ตาเบิกกว้าง "ขุนศึกให้?"

"อย่าถามมาก ทาให้ข้าเถอะ"

แก้วตาทาน้ำมันให้จันทร์วลัยอย่างระวัง น้ำมันเย็นซึมลงบนแผล ความเจ็บทุเลาลงทีละน้อย กลิ่นสมุนไพรผสมน้ำมันหอมลอยขึ้นมา จันทร์วลัยหลับตา ปล่อยให้ยาซึมเข้าเนื้อ

_ทำไมพระองค์ถึงช่วยข้า..._

────

ในขณะเดียวกัน จากระเบียงเรือนรับแขกชั้นบน มีอีกคู่ตาหนึ่งที่เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมด

องค์ชายพี่ พระราชโอรสองค์ที่หนึ่ง ทรงพิงราวระเบียง พระหัตถ์ถือพัดงา ทรงพัดลมอย่างสบายๆ ขณะทอดพระเนตรลงไปยังลานเบื้องล่าง

พระองค์ทรงหล่อเหลา สูง แต่งพระองค์หรูหรากว่าองค์ชายอิศวร ผ้าไหมทอทองพระองค์ เครื่องประดับงดงาม พระพักตร์อ่อนโยน มีเสน่ห์ ยิ้มง่าย แต่ผู้ที่รู้จักพระองค์ดีจะสังเกตเห็นว่า สายพระเนตรมีความมืดมิดซ่อนอยู่ข้างหลังรอยยิ้มเสมอ

"ขุนเดช" พระองค์ตรัสกับชายร่างเตี้ยที่ยืนอยู่ข้างๆ

"ขอรับ พระองค์"

"นางสนมคนนั้น ชื่ออะไร"

"จันทร์วลัยขอรับ ลูกสาวขุนศรีภักดี ขุนนางที่ถูกจับฐานคิดกบฏ"

"ขุนศรีภักดี..." องค์ชายพี่ทรงยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นไม่ถึงพระเนตร "ขุนนางที่สนับสนุนอิศวร"

"ใช่ขอรับ"

"แล้วน้องชายข้าเพิ่งมาช่วยลูกสาวของเขาต่อหน้าคนทั้งวัง..." องค์ชายพี่ทรงพัดลมช้าๆ "น่าสนใจ"

พระองค์ทอดพระเนตรลงไปยังจันทร์วลัยอีกครั้ง หญิงสาวร่างเล็กที่แม้จะเพิ่งถูกเฆี่ยน แต่ยังเดินหลังตรง ไม่ยอมให้ใครเห็นว่าเจ็บ

"สวยดี" พระองค์ตรัสเบาๆ "สวย และแข็งแกร่ง"

ขุนเดชแอบมองนาย

"ขุนเดช สืบเรื่องของนางมาให้ข้า ทุกอย่าง—ครอบครัว นิสัย คนสนิท และที่สำคัญ... ความสัมพันธ์กับน้องชายข้า"

"ขอรับ พระองค์"

องค์ชายพี่ทรงยิ้มอีกครั้ง คราวนี้กว้างกว่าเดิม

"ถ้าอิศวรสนใจนาง... แปลว่านางมีค่า" พระองค์ตรัส "และของมีค่าทุกอย่าง... ข้าอยากได้"

────

คืนนั้น ในเรือนนอนฝั่งตะวันตก จันทร์วลัยนอนคว่ำ ปล่อยให้น้ำมันยาซึมเข้าแผลที่หลัง แก้วตานั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ คอยเปลี่ยนผ้าชุบน้ำให้

"คุณหญิง" แก้วตาพูดเสียงเบา "ฉันเป็นห่วงค่ะ"

"ห่วงเรื่องอะไร"

"เรื่องท้าวศรีจุฬาลักษณ์ค่ะ ท่านถูกทำให้เสียหน้า... ท่านจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ง่ายๆ"

จันทร์วลัยรู้ เธอเห็นสายตาของท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สายตาที่เต็มไปด้วยพิษร้ายและความแค้น

"ข้ารู้" เธอพูดเบาๆ "แต่ข้าไม่สนใจ ข้าทำสิ่งที่ควรทำ—ไม่ยอมให้ใครดูถูกแม่ของข้า แม้จะต้องถูกเฆี่ยนอีกร้อยที ข้าก็จะพูดเหมือนเดิม"

แก้วตามองจันทร์วลัยด้วยความชื่นชม

"แล้วเรื่ององค์ชายอิศวรล่ะคะ?" แก้วตากระซิบ "ทำไมพระองค์ถึงช่วยคุณหญิง? ทั้งวังกำลังพูดถึงเรื่องนี้ค่ะ"

จันทร์วลัยนิ่ง เธอนึกถึงสายพระเนตรที่มองเธอ เย็นชา ไร้อารมณ์ แต่พระหัตถ์ที่กำแน่นเมื่อเห็นรอยหวายบนหลังเธอ

"ข้าไม่รู้" เธอตอบตามตรง "และข้าก็ไม่อยากคิดมาก"

"แต่คุณหญิง—"

"แก้วตา" จันทร์วลัยหันมามอง "ในวังหลวงนี้ ทุกอย่างมีราคา ถ้าใครให้อะไรฟรี ต้องสงสัยไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม"

แก้วตาเงียบไป

จันทร์วลัยหันกลับไปนอนคว่ำ ปิดตา แต่หลับไม่ลง

เธอนึกถึงวันแรกที่เจอเขาในสวน—ชายในชุดสามัญที่นั่งอ่านหนังสือท่ามกลางดอกมะลิ พูดเรื่องดอกไม้ที่ช้ำ ถามว่าเธอชอบดอกอะไร

แล้วเธอก็นึกถึงวันนี้—องค์ชายในชุดทหารที่ทุกคนหมอบราบ พระสุรเสียงเย็นชาที่ทำให้ท้าวศรีจุฬาลักษณ์สั่นสะท้าน สายพระเนตรที่คมกริบราวกับดาบ

สองคนนี้คือคนเดียวกัน

จันทร์วลัยจำได้ว่าเขาพูดอะไรกับเธอในสวน

_"ระวังตัวในวังนี้ คนที่ยิ้มให้เจ้า... ไม่จำเป็นต้องเป็นมิตร"_

แล้วพระองค์เล่า? ทรงเป็นมิตรหรือศัตรู? ทรงช่วยเธอเพราะอะไร?

เพราะเธอเป็นลูกสาวของขุนศรีภักดี ขุนนางที่เคยสนับสนุนพระองค์?

หรือเพราะอย่างอื่น?

จันทร์วลัยลูบข้อมือที่ยังเป็นรอยแดงจากเชือก นิ้วสัมผัสรอยช้ำ—ตรงเดียวกับที่พระองค์ทรงจับไว้เมื่อเธอเกือบล้มในสวน

เธอกำมือแน่น

_ไม่ว่าพระองค์จะช่วยเพราะอะไร ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากของใคร_

_ข้าจะหาทางของข้าเอง_

แต่ลึกๆ ในหัวใจ—ส่วนที่เธอไม่ยอมรับ—ยังจำได้ถึงเงาของพระองค์ที่บังแดดให้เธอ

เงาที่เย็นสบาย ท่ามกลางแดดร้อนแผดเผาของวังหลวง

จันทร์วลัยหลับตา บังคับตัวเองให้นอน

พรุ่งนี้จะเป็นอีกวันที่ต้องต่อสู้ เธอต้องมีแรง

แต่ในความฝัน เธอยังเห็นสายตาสีดำสนิทคู่นั้น มองเธออยู่ไม่ห่าง

ราวกับจะบอกว่า—ข้าเฝ้าดูเจ้าอยู่

────────────────────────────────────── จบตอนที่ 4 ตอนต่อไป: ตอนที่ 5 - งานสมโภช ──────────────────────────────────────

ชอบเรื่องนี้ไหม?

อ่านเรื่องเต็มได้ที่: