สวาทลับในวังหลวง
กฎแห่งฝ่ายใน
ตอนฟรีตอนที่ 2: กฎแห่งฝ่ายใน
──────────────────────────────────────
ฟ้ายังไม่ทันสาง เสียงฆ้องดังกังวานทั่วฝ่ายใน จันทร์วลัยสะดุ้งตื่นจากเสื่อบางที่นอนอยู่ สักครู่ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากหน้าเรือนนอน
"ตื่น! นางสนมทุกคนตื่น! เช้าแล้ว ได้เวลาทำงาน!"
เธอรีบลุกขึ้น จัดแต่งตัวให้เรียบร้อยเท่าที่จะทำได้ เกล้าผมมวยตามธรรมเนียม พาดสไบบ่า แล้วออกไปยืนเข้าแถวหน้าเรือนพร้อมนางสนมคนอื่นๆ
"วันนี้เป็นวันแรกของนางสนมใหม่" ท้าวศรีจุฬาลักษณ์เดินมาพร้อมสาวใช้ตามหลังสี่ห้าคน สายตาเฉียบคมกวาดไปทั่ว "ข้าจะบอกกฎให้ฟัง ฟังให้ดี เพราะข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว"
จันทร์วลัยยืนตรง ตั้งใจฟัง
"หนึ่ง—ห้ามออกจากเขตฝ่ายในโดยไม่ได้รับอนุญาต ใครฝ่าฝืน เฆี่ยนยี่สิบที"
"สอง—ห้ามเข้าใกล้พระตำหนักฝ่ายหน้า เว้นแต่ถูกเรียก ใครฝ่าฝืน เฆี่ยนสามสิบที"
"สาม—ห้ามพูดจาอาจหาญต่อผู้มีศักดิ์สูงกว่า ใครฝ่าฝืน ตัดลิ้น"
จันทร์วลัยกลืนน้ำลาย คำว่า "ตัดลิ้น" ทำให้ขนลุก
"สี่—ห้ามแต่งตัวเกินศักดิ์ ห้ามสวมเครื่องประดับทอง เว้นแต่ได้รับพระราชทาน"
"ห้า—นางสนมทุกคนต้องทำงานตามที่สั่ง ไม่มีข้อยกเว้น ลูกสาวขุนนางหรือลูกสาวกบฏ ในที่นี้เท่ากันหมด—ต่ำที่สุด"
ท้าวศรีจุฬาลักษณ์หยุดตรงหน้าจันทร์วลัย มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
"โดยเฉพาะเจ้า... จันทร์วลัย" เธอเน้นเสียง "วันนี้เจ้าจะปัดกวาดลานหน้าเรือนใหญ่ ตั้งแต่ตรงนี้ไปจนถึงท่าน้ำ ทุกตารางนิ้ว ให้เสร็จก่อนเที่ยง"
นางสนมคนอื่นอ้าปากค้าง ลานหน้าเรือนใหญ่กว้างใหญ่มหาศาล ต้องใช้คนสามสี่คนทำทั้งวันจึงจะเสร็จ ให้คนเดียวทำให้เสร็จก่อนเที่ยง—เป็นไปไม่ได้
"เพคะ" จันทร์วลัยก้มศีรษะ ไม่ปริปากเถียงแม้แต่คำเดียว
ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ยกคิ้ว ดูคาดหวังจะได้เห็นจันร้องไห้หรือขอความเห็นใจ แต่เมื่อไม่ได้ตามที่คิด ก็แค่ "ฮึ" แล้วเดินจากไป
จันทร์วลัยรับไม้กวาดมา มันเป็นไม้กวาดเก่าๆ ด้ามหักครึ่ง ขนกวาดหลุดกระจุย เธอมองมันครู่หนึ่ง แล้วเริ่มกวาด
แดดขึ้นสูง ลานอิฐแดงกว้างสุดสายตาอยู่เบื้องหน้า จันทร์วลัยกวาดอย่างไม่หยุดมือ เหงื่อไหลอาบหน้า สไบเปียกชุ่ม มือที่ไม่เคยทำงานหนักพองเป็นตุ่มน้ำ แล้วแตก เลือดซึมออกมาเปื้อนด้ามไม้กวาด
แต่เธอไม่หยุด
นางสนมคนอื่นมองจากระยะไกล บ้างสงสาร บ้างดูถูก บ้างเมินเฉย ไม่มีใครมาช่วย ในวังหลวงนี้ทุกคนต่างรักตัวเอง ไม่มีใครอยากเป็นศัตรูกับท้าวศรีจุฬาลักษณ์
จนกระทั่งเสียงใสๆ ดังขึ้นจากข้างหลัง
"คุณหญิงขา!"
จันทร์วลัยหันไป เห็นสาวน้อยวัยสิบแปดวิ่งเข้ามาพร้อมถังน้ำและผ้าเช็ดหน้า เธอตัวเล็ก ผิวคล้ำจากแดด ผมมัดหางม้า ดวงตากลมโตใสแจ๋ว ยิ้มร่าเริงราวกับไม่รู้จักคำว่าทุกข์
"ฉันชื่อแก้วตาค่ะ สาวใช้ประจำเรือนนอนฝั่งตะวันตก" เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ "เช็ดเหงื่อก่อนเถอะค่ะ แล้วก็ดื่มน้ำ ไม่งั้นจะเป็นลมในแดดนี้"
จันทร์วลัยมองสาวน้อยด้วยความประหลาดใจ "เจ้าไม่กลัวเหรอ? ท้าวศรีจุฬาลักษณ์สั่งให้ข้าทำคนเดียว"
"ท่านท้าวสั่งคุณหญิงกวาด ไม่ได้สั่งห้ามฉันเอาน้ำมาให้นี่คะ" แก้วตาแลบลิ้น "ฉันแค่มาเอาน้ำมาให้คนเดียวในตอนนี้ที่กล้าไม่ร้องไห้ต่อหน้าท่านท้าว"
จันทร์วลัยอดยิ้มไม่ได้ ลักยิ้มข้างซ้ายปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าวัง เธอรับผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อ ดื่มน้ำจนชุ่มคอ
"ขอบใจนะ แก้วตา"
"ไม่ต้องขอบใจค่ะ" แก้วตาพูดเสียงเบาลง สีหน้าจริงจังขึ้น "คุณหญิง... ฉันอยากเตือนอย่างหนึ่ง"
"อะไร?"
"ท่านท้าวศรีจุฬาลักษณ์กลั่นแกล้งคุณหญิง ไม่ใช่แค่เพราะคุณหญิงเป็นลูกสาวขุนนางที่ถูกใส่ร้าย" แก้วตาเหลียวซ้ายขวา แล้วกระซิบ "แต่เพราะท่านเป็นพันธมิตรกับท่านผู้หญิงจันทรา เจ้าจอมมารดาขององค์ชายพี่"
"องค์ชายพี่?" จันทร์วลัยขมวดคิ้ว
"พระราชโอรสองค์ที่หนึ่งค่ะ ท่านกับองค์ชายอิศวร พระราชโอรสองค์ที่สาม แย่งอำนาจกันมาตลอด" แก้วตาอธิบาย "พ่อของคุณหญิง... ขุนศรีภักดี ท่านเคยสนับสนุนองค์ชายอิศวร จริงไหมคะ?"
จันทร์วลัยสะดุ้ง เธอจำได้ลางๆ ว่าพ่อเคยพูดถึงองค์ชายพระองค์หนึ่งด้วยความเคารพ แต่ไม่เคยบอกรายละเอียด
"ข้า... ข้าไม่แน่ใจ พ่อไม่เคยพูดเรื่องการเมืองให้ฟังมากนัก"
"ฉันคิดว่าพ่อคุณหญิงถูกใส่ร้ายเพราะเรื่องนี้แหละค่ะ" แก้วตาพูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ฝ่ายองค์ชายพี่จัดการกับขุนนางที่สนับสนุนองค์ชายอิศวรทีละคน ขุนศรีภักดีเป็นคนสำคัญ จึงถูกกำจัดก่อน"
หัวใจจันทร์วลัยเต้นแรง ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง แปลว่าพ่อของเธอบริสุทธิ์จริงๆ ไม่ได้คิดกบฏ แค่ถูกใส่ร้ายเพราะการเมืองในวัง
"แก้วตา... เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?"
แก้วตายิ้มอ่อน "ฉันเป็นสาวใช้ค่ะ คนไม่สนใจสาวใช้ แต่สาวใช้ได้ยินทุกอย่าง"
จันทร์วลัยมองแก้วตาด้วยสายตาใหม่ สาวน้อยคนนี้ดูซื่อร่าเริง แต่ฉลาดกว่าที่เห็น
"ไปเถอะค่ะ คุณหญิง กวาดต่อเถอะ" แก้วตาหยิบไม้กวาดอีกอันมาจากไหนไม่รู้ "ฉันจะช่วยกวาดตรงมุมที่ท่านท้าวมองไม่เห็นค่ะ"
จันทร์วลัยรับไม้กวาด ทั้งสองกวาดลานไปพร้อมกัน แก้วตาเล่าเรื่องในวังให้ฟังไปด้วย—ใครเป็นพันธมิตรกับใคร ใครอันตราย ใครพอไว้ใจได้ ต้องหลีกเลี่ยงใคร
"ที่สำคัญที่สุดค่ะ" แก้วตาพูด "อย่าเข้าใกล้พระตำหนักองค์ชายอิศวร"
"ทำไม?"
"ท่านทรงเย็นชา ทุกคนเกรงกลัว แม้แต่ขุนนางผู้ใหญ่ยังสั่นสะท้านเวลาท่านทรงพิโรธ" แก้วตาหดคอ "ได้ยินว่าทรงเป็นแม่ทัพใหญ่ ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน สายพระเนตรมองใครเป็นต้องหนาวสั่น"
จันทร์วลัยพยักหน้า จดจำทุกคำ
ผ่านไปหลายชั่วโมง ลานหน้าเรือนใหญ่สะอาดเอี่ยม จันทร์วลัยทำเสร็จก่อนเที่ยงตามที่ถูกสั่ง มือของเธอเปื้อนเลือดจากตุ่มน้ำที่แตก แต่เธอไม่ปริปากบ่น
ท้าวศรีจุฬาลักษณ์เดินมาตรวจ สายตากวาดไปทั่วลาน ค้นหาจุดที่จะตำหนิ แต่หาไม่ได้ ลานสะอาดจนใบไม้แห้งสักใบก็ไม่มี
"ฮึ" เธอแค่ส่งเสียงเท่านั้น แล้วหันหลังเดินจากไป
จันทร์วลัยถอนหายใจเฮือก เธอนั่งลงที่ชายคาเรือน ยกมือขึ้นมอง นิ้วมือที่เคยนุ่มนิ่มบัดนี้พองแดง เลือดแห้งกรังอยู่ตามรอยแตก
_พ่อ... วันแรกผ่านไปแล้ว ลูกจะผ่านวันต่อๆ ไปด้วย_
"คุณหญิง!" แก้วตาวิ่งมาพร้อมผ้าพันแผลและน้ำมันยา "มาค่ะ ให้ฉันทำแผลให้"
ขณะที่แก้วตาพันผ้าให้ จันทร์วลัยมองออกไปยังกำแพงวังสูง ข้างหลังกำแพงนั้น มีพระตำหนักของเจ้านายชั้นสูง มีแผนร้าย มีการเมือง มีความลับที่ซ่อนอยู่มากมาย
และที่ไหนสักแห่ง มีคำตอบว่าทำไมพ่อของเธอจึงถูกใส่ร้าย
เธอจะหาคำตอบนั้นให้ได้ ไม่ว่าจะต้องทนอยู่ในวังหลวงนี้นานเท่าไร
"แก้วตา" จันทร์วลัยเอ่ย
"ค่ะ?"
"ขอบใจจริงๆ นะ ที่มาเป็นเพื่อนข้า"
แก้วตายิ้มกว้าง "คุณหญิงขา อย่ากลัวเลย มีแก้วตาอยู่ข้างๆ ค่ะ"
จันทร์วลัยยิ้มตอบ ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยศัตรูและอันตราย อย่างน้อยเธอก็มีเพื่อนหนึ่งคน
และนั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับวันแรก
แต่เธอไม่รู้ว่า พรุ่งนี้ ชะตากรรมจะพาเธอไปพบกับคนที่เธอไม่คาดคิด ในสวนที่เธอไม่ควรเข้าไป
────────────────────────────────────── จบตอนที่ 2 ตอนต่อไป: ตอนที่ 3 - บังเอิญเจอจอมทัพ ──────────────────────────────────────