สวาทลับในวังหลวง

นางสนมคนใหม่

ตอนฟรี

ตอนที่ 1: นางสนมคนใหม่

──────────────────────────────────────

แสงแดดยามบ่ายทาบทับผืนดินจนระอุ เกวียนเล่มน้อยแล่นผ่านประตูเมืองกรุงศรีอยุธยาอย่างเชื่องช้า ราวกับรู้ว่าผู้โดยสารข้างในไม่ปรารถนาจะถึงจุดหมายเลยสักนิด

จันทร์วลัยนั่งนิ่งอยู่ท้ายเกวียน สองมือประสานกันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สายตาจับจ้องอยู่ที่กำแพงพระราชวังหลวงซึ่งตระหง่านเบื้องหน้า กำแพงอิฐแดงสูงเสียดฟ้า ราวกับปากของสัตว์ร้ายที่กำลังอ้าปากรอกลืนกินเธอทั้งเป็น

"ถึงแล้วแม่หนู" นางนมผู้ตามมาส่งเอ่ยเสียงแผ่วเบา น้ำตาคลอเบ้า "วังหลวง..."

จันทร์วลัยกลืนน้ำลายลงคอหอยที่แห้งผาก เธอหันไปมองนางนมที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เล็ก แล้วฝืนยิ้ม

"แม่นมอย่าร้องไห้เลย ข้าไม่ได้ไปตาย"

"แต่วังหลวงนี่..." นางนมสะอื้น "ลูกสาวขุนนางที่ถูกใส่ร้าย จะถูกรังแกขนาดไหน..."

จันทร์วลัยกัดริมฝีปากแน่น เธอไม่อยากคิดเรื่องนั้น ไม่อยากคิดว่าเพียงสองเดือนก่อน เธอยังเป็นลูกสาวขุนศรีภักดี ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ผู้เป็นที่เคารพนับถือ มีเรือนหลังใหญ่ มีข้าทาสบริวารรับใช้ มีพ่อที่รักเธอยิ่งกว่าชีวิต

แล้ววันหนึ่ง ทุกอย่างก็พังทลาย

พ่อถูกกล่าวหาว่าคิดกบฏ เป็นไส้ศึกให้ข้าศึก ถูกริบทรัพย์สินยศศักดิ์ ถูกจับจองจำ และลูกสาวคนเดียวของท่าน—ถูกส่งเข้าวังหลวงเพื่อเป็นนางสนมถวายตัว

_"ลูกพ่อ... จงเข้มแข็ง อย่าให้ใครหักเจ้าได้"_

เสียงพ่อในวันที่ถูกพรากจากกันดังก้องในหัวจันทร์วลัยอยู่ทุกคืน ท่านถูกตีตรวนลากไป สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและห่วงใย พ่อไม่ได้ร้องไห้ แต่จันทร์วลัยรู้ว่าท่านร้องไห้ข้างใน

เธอสาบานกับตัวเองในวันนั้นว่า—จะเอาตัวรอด จะล้างมลทินให้พ่อ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร

เกวียนหยุดลงเบื้องหน้าประตูวังฝ่ายใน ขุนนางผู้ทำหน้าที่คุมตัวเปิดผ้าคลุมเกวียนออก แสงแดดจ้าสาดเข้ามาจนจันทร์วลัยต้องยกมือบัง

"ลงมา" เสียงห้วนสั้น ไร้ความปรานี

จันทร์วลัยก้มศีรษะลงจากเกวียน เท้าเปล่าสัมผัสพื้นดินร้อนระอุ เธอสวมเพียงผ้าซิ่นไหมเก่าๆ สไบบางพาดบ่า ผมยาวสีดำเกล้ามวยอย่างเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มีทอง ไม่มีแม้แต่ดอกไม้ทัดหู

แต่ถึงจะแต่งกายอย่างซอมซ่อ ก็ปิดบังความงามของเธอไม่ได้ ใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวนวลผุดผ่อง ตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่เป็นประกายอย่างฉลาด ริมฝีปากอิ่มสีชมพูธรรมชาติ และลักยิ้มข้างซ้ายที่ปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เธอยิ้ม แม้จะไม่ได้ยิ้มบ่อยนักในวันนี้

ขุนนางนำเธอเดินผ่านกำแพงชั้นแล้วชั้นเล่า ผ่านซุ้มประตูที่ประดับลวดลายทอง ผ่านเรือนแถวของนางสนมที่มองเธอด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น บ้างกระซิบกระซาบ บ้างมองด้วยความเหยียดหยาม

"ได้ยินว่าเป็นลูกสาวกบฏ" เสียงกระซิบดังมาจากมุมหนึ่ง "น่าสงสาร... หรือน่าสมเพช?" "อย่าเข้าใกล้เดี๋ยวติดเคราะห์"

จันทร์วลัยได้ยินทุกคำ แต่เธอไม่ก้มหน้า ไม่เบี่ยงสายตา เธอเดินตรงไปข้างหน้าด้วยหลังตรงและคางเงย ราวกับยังเป็นลูกสาวขุนนางผู้มีศักดิ์ศรี

เพราะเธอเป็น ไม่ว่าใครจะเรียกเธอว่าอะไร

ขุนนางนำเธอมาหยุดเบื้องหน้าเรือนใหญ่หลังหนึ่งในฝ่ายใน เรือนไม้สักทาชาดแดง หลังคาทรงจั่วซ้อนสามชั้น ประตูเปิดกว้าง ข้างในมืดสนิท

"รอที่นี่" ขุนนางสั่ง แล้วเดินจากไป

จันทร์วลัยยืนตากแดดอยู่เบื้องหน้าเรือน ไม่มีใครเชื้อเชิญให้เข้าไปในร่มเงา ไม่มีใครเอาน้ำมาให้ดื่ม เหงื่อไหลอาบหลัง แต่เธอยืนนิ่ง ไม่แสดงอาการอ่อนล้าแม้แต่น้อย

ผ่านไปเกือบชั่วโมง ประตูเรือนจึงเปิดออก

หญิงวัยกลางคนร่างสูงเดินออกมา ผิวขาว ใบหน้าคมแต่แข็งกระด้าง แต่งตัวหรูหราด้วยผ้าไหมเนื้อดี เครื่องทองประดับเต็มตัว สร้อยคอสามชั้น กำไลข้อมือทอง ตุ้มหูเพชร สายตาเฉียบคมราวกับมีดที่เหลาจนบาง

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หัวหน้านางสนมฝ่ายใน ผู้ทรงอำนาจสูงสุดในรั้วในวัง

"อ้อ... นี่หรือ ลูกสาวกบฏ"

เสียงนั้นเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง ท้าวศรีจุฬาลักษณ์เดินวนรอบจันทร์วลัยช้าๆ ราวกับพิจารณาม้าที่จะซื้อ สายตากวาดจากหัวจรดเท้า

"สวยเหมือนกัน" เธอพูดเสียงเรียบ ราวกับชมดอกไม้ข้างทาง "แต่สวยอย่างเดียวไม่มีประโยชน์ ในวังหลวงนี้ ลูกสาวคนบาป จะมาเป็นอะไรได้"

จันทร์วลัยกัดฟันแน่น เธออยากเถียง อยากบอกว่าพ่อของเธอบริสุทธิ์ แต่เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลา เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อย พอเป็นพิธี

"เพคะ หม่อมฉันชื่อจันทร์วลัย พร้อมรับใช้ตามหน้าที่แล้วเพคะ"

"ฮึ" ท้าวศรีจุฬาลักษณ์เลิกมุมปากเย้ยหยัน "พูดจาดี รู้กาลเทศะ... แต่ข้าจะดูว่าเจ้าจะทนได้นานแค่ไหน"

เธอตบมือสองครั้ง สาวใช้คนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา

"พาเด็กคนนี้ไปเรือนนอนฝั่งตะวันตก ให้ที่นอนมุมหลังสุด"

เรือนนอนฝั่งตะวันตก—จันทร์วลัยรู้ทันทีว่านั่นคือที่ที่แย่ที่สุดในฝ่ายใน ใกล้ครัวไฟ ร้อนอบอ้าว และมุมหลังสุดคือมุมที่ไม่มีหน้าต่าง

เธอก้มศีรษะ "เพคะ"

สาวใช้คนนั้นนำเธอเดินผ่านทางเดินยาว จนมาถึงเรือนนอนหลังเล็กทรุดโทรม จันทร์วลัยก้าวเข้าไป กลิ่นอับชื้นโชยมา เสื่อบางๆ ปูบนพื้นไม้ผุ ไม่มีหมอน ไม่มีผ้าห่ม

"นี่ค่ะ ที่ของคุณหญิง" สาวใช้พูดเสียงเบา แล้วรีบเดินจากไป

จันทร์วลัยนั่งลงบนเสื่อบาง มองไปรอบๆ ห้องที่มืดครึ้ม มีเพียงแสงลอดเข้ามาจากรอยแยกของฝาเรือน เธอยกมือขึ้นมองฝ่ามือตัวเอง—ฝ่ามือที่เคยนุ่มนิ่มจากชีวิตลูกสาวขุนนาง บัดนี้เริ่มหยาบกร้านจากการเดินทางไกล

น้ำตาเอ่อขึ้นมาในตา แต่จันทร์วลัยกลั้นไว้ เธอไม่ยอมร้องไห้ ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ตอนนี้

_พ่อ... ลูกจะเข้มแข็ง_

เธอล้มตัวลงนอนบนเสื่อบาง มองเพดานไม้ที่มีรอยปลวกกัดแทะ หลับตาลง พยายามนึกถึงเสียงพ่อ กลิ่นดอกจำปีหน้าเรือนเก่า เสียงน้ำในคลองหน้าบ้าน

ในวังหลวงอันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งอำนาจและความลับซ่อนอยู่ทุกมุมเรือน จันทร์วลัยเป็นเพียงนางสนมตัวเล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจ

แต่เธอไม่รู้ว่า ชะตากรรมของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป

เพราะจากระเบียงพระตำหนักสูงเบื้องบน มีสายพระเนตรคู่หนึ่งที่ดำสนิทราวกับราตรี กำลังมองลงมายังขบวนนางสนมใหม่ที่เพิ่งเข้าวัง

สายพระเนตรนั้นกวาดผ่านนางสนมทุกคนอย่างไม่สนพระทัย จนมาหยุดที่หญิงสาวร่างเล็กผู้เดินหลังตรงท่ามกลางความดูถูกเหยียดหยาม ผู้ไม่ยอมก้มหน้าแม้จะถูกกระซิบนินทา

องค์ชายอิศวรเอนพระวรกายพิงราวระเบียง พระหัตถ์ถือถ้วยน้ำจันทน์ พระเนตรเย็นชาไร้อารมณ์มองหญิงสาวคนนั้นจนลับตา

"ขุนศึก" พระสุรเสียงเรียบเฉย

"ขอรับ พระองค์" ชายหนุ่มในชุดทหารก้มศีรษะ

"นางสนมที่เพิ่งเข้ามา... เป็นลูกสาวใคร"

"กราบทูลพระองค์ เป็นลูกสาวขุนศรีภักดีขอรับ ขุนนางที่ถูกกล่าวหาว่าคิดกบฏ"

องค์ชายอิศวรนิ่งไปครู่หนึ่ง ปลายพระโอษฐ์ขยับเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไม่ถึงพระเนตร

"ขุนศรีภักดี..." พระองค์ทวนชื่อนั้นเบาๆ

แล้วพระองค์ก็ทรงหันหลังเสด็จกลับเข้าพระตำหนัก ไม่ตรัสอะไรอีก

แต่ขุนศึกที่รับใช้พระองค์มานาน รู้ดีว่าเมื่อใดที่องค์ชายทรงจดจำใครสักคน—คนๆ นั้นจะไม่มีวันหลุดพ้นจากสายพระเนตรอีกเลย

และคืนนั้น ในเรือนนอนฝั่งตะวันตก จันทร์วลัยหลับไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบหมอน โดยไม่รู้เลยว่า ชีวิตของเธอในวังหลวง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

ในวังที่ทุกอย่างเป็นสิ่งต้องห้าม—โดยเฉพาะหัวใจ

────────────────────────────────────── จบตอนที่ 1 ตอนต่อไป: ตอนที่ 2 - กฎแห่งฝ่ายใน ──────────────────────────────────────

ชอบเรื่องนี้ไหม?

อ่านเรื่องเต็มได้ที่: