หลงภพ ณ วังหลวง
กฎเหล็กแห่งวังหลวง
ตอนฟรีหลงภพ ณ วังหลวง ตอนที่ 2: กฎเหล็กแห่งวังหลวง
═══════════════════════════════════════════════════════════
สามวันผ่านไป
จันทร์แจ่มค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตในวังหลวง
ในฐานะนักวิจัยประวัติศาสตร์ เธอรู้ทฤษฎีมากมายเกี่ยวกับยุคสมัยนี้ แต่การได้มาอยู่จริงๆ กลับแตกต่างไปจากที่คิดมาก
ตื่นตีสี่ ทำงานจนค่ำมืด กินข้าวมื้อละนิดเดียว นอนบนเสื่อบางๆ ในห้องเล็กๆ ที่ต้องแชร์กับนางข้าหลวงคนอื่นอีกห้าคน
และที่สำคัญที่สุด—กฎระเบียบมากมายที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
═══════════════════════════════════════════════════════════
"จันทร์แจ่ม! นางเดินผิดทางอีกแล้ว!"
เสียงแหลมดังขึ้นด้านหลัง ทำให้จันทร์แจ่มหยุดชะงัก
เธอหันไปมอง หญิงสาวในชุดไทยที่หรูหรากว่านางข้าหลวงทั่วไปเดินมาหาเธอ ใบหน้าบูดบึ้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูก
"คุณหญิงนวล" อำพันกระซิบเตือน
พี่สาวบุญธรรม ศัตรูหมายเลขหนึ่ง
"ข้าขอประทานโทษเพคะ" จันทร์แจ่มรีบก้มหัว
"ประทานโทษ?" คุณหญิงนวลหัวเราะเย็น "นางคิดว่าแค่ก้มหัวก็จบเหรอ? นางเดินผ่านทางเดินของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ นางข้าหลวงชั้นต่ำอย่างนางไม่มีสิทธิ์เดินที่นี่!"
จันทร์แจ่มกัดริมฝีปาก ในใจคิดว่าถนนมันก็เหมือนกันหมด จะต้องแบ่งแยกทำไม
แต่นี่คือยุคนี้ ชนชั้นคือทุกอย่าง
"ข้าจะระวังให้มากขึ้นเพคะ"
"ระวัง?" คุณหญิงนวลเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองเธออย่างเหยียดหยาม "นางเปลี่ยนไปนะ จันทร์แจ่ม ปกตินางจะร้องไห้ขอโทษ แต่ตอนนี้..." เธอหยุดพูด มองจันทร์แจ่มจากหัวจรดเท้า "ดวงตานางไม่เหมือนเดิม"
จันทร์แจ่มรู้สึกหัวใจเต้นแรง
"ข้า... ข้าไม่เข้าใจเพคะ"
"หมายความว่านางเริ่มหัวแข็ง" คุณหญิงนวลกระซิบใกล้หูเธอ "อย่าลืมนะว่าใครเป็นพี่ ใครเป็นน้อง นางอยู่ได้ในวังนี้ก็เพราะข้า ถ้าข้าอยากให้นางออกไป นางก็ต้องออก"
พูดจบ เธอก็เดินจากไป ทิ้งจันทร์แจ่มยืนอยู่คนเดียว
═══════════════════════════════════════════════════════════
"นางไม่เป็นไรนะ?"
อำพันเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
จันทร์แจ่มส่ายหัว "ไม่เป็นไร"
"คุณหญิงนวลท่านเป็นอย่างนี้มาตลอด" อำพันถอนหายใจ "ท่านอิจฉานางมาตั้งแต่เด็ก"
"อิจฉาข้า?" จันทร์แจ่มงง "ข้าเป็นนางข้าหลวงชั้นต่ำ จะอิจฉาอะไร?"
"ก็เพราะนางสวยกว่า" อำพันพูดตรงๆ "แม้คุณหญิงนวลจะมีฐานะดีกว่า แต่ท่านก็รู้ว่าตัวเองสู้หน้าตานางไม่ได้ ท่านกลัวว่าสักวันจะมีขุนนางมาสนใจนาง แล้วท่านจะกลายเป็นตัวตลก"
จันทร์แจ่มนิ่งไป
ความอิจฉาริษยาของผู้หญิงนี่น่ากลัวจริงๆ
═══════════════════════════════════════════════════════════
ค่ำวันนั้น
จันทร์แจ่มนั่งอยู่ในห้องพักเล็กๆ พยายามเขียนบันทึกสิ่งที่ต้องจำ
กฎระเบียบในวังมีมากมาย เธอต้องจดไว้ไม่งั้นจะลืม
"ห้ามเดินในทางเดินของขุนนางชั้นสูง ห้ามมองตาขุนนางโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามพูดก่อนถูกถาม ห้ามปฏิเสธคำสั่ง ต้องก้มหัวเมื่อพบผู้มีอำนาจ..."
เธอถอนหายใจ
ชีวิตในยุคนี้ช่างไร้อิสรภาพ
"จันทร์แจ่ม"
เสียงเรียกทำให้เธอเงยหน้าขึ้น นางข้าหลวงคนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตู
"มีอะไรหรือเพคะ?"
"ท่านเจ้าคุณภูวเนตรเรียกตัวนาง"
หัวใจจันทร์แจ่มหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ
เจ้าพระยาภูวเนตร—ขุนนางผู้เย็นชาที่จ้องมองเธอเมื่อสามวันก่อน
ทำไมถึงเรียกเธอ?
═══════════════════════════════════════════════════════════
ห้องทำงานของเจ้าพระยาภูวเนตร
จันทร์แจ่มยืนอยู่หน้าประตู หายใจเข้าลึกๆ แล้วเคาะประตู
"เข้ามา"
เธอเปิดประตู ก้าวเข้าไปในห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา
ภูวเนตรนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน แสงเทียนส่องให้ใบหน้าคมเข้มดูลึกลับยิ่งขึ้น
"นั่ง"
จันทร์แจ่มนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้า พยายามให้มือไม่สั่น
"เจ้าเรียกข้าว่าอะไร?"
"หา... หาเพคะ?" จันทร์แจ่มงง
"เมื่อกี้ เจ้าพูดว่า 'หา' ไม่ใช่ 'หาเพคะ'" ภูวเนตรเอนหลังพิงเก้าอี้ ดวงตาเย็นเฉียบจ้องมองเธอ "และเมื่อวาน ข้าได้ยินเจ้าพูดว่า 'โอเค' ซึ่งเป็นคำที่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน"
จันทร์แจ่มรู้สึกเลือดเย็นวาบ
เธอเผลอพูดคำสมัยใหม่ออกไป!
"ข้า... ข้าไม่เข้าใจเพคะ"
"อย่าโกหก" เสียงภูวเนตรเย็นยะเยือก "ข้าสังเกตเจ้ามาสามวันแล้ว เจ้าเปลี่ยนไป กิริยาท่าทางไม่เหมือนเดิม พูดจาก็แปลก ราวกับเป็นคนละคน"
จันทร์แจ่มกลืนน้ำลาย
เขาฉลาดมาก ฉลาดกว่าที่เธอคิด
"ข้า..." เธอพยายามหาคำตอบ "ข้าถูกลงโทษหนัก อาจจะกระทบกระเทือนศีรษะเพคะ"
"กระทบกระเทือนศีรษะจนเปลี่ยนนิสัย?" ภูวเนตรเลิกคิ้ว "ลองคิดข้อแก้ตัวที่ดีกว่านี้หน่อย"
จันทร์แจ่มนิ่งไป ไม่รู้จะตอบอย่างไร
ภูวเนตรจ้องมองเธออีกครู่ แล้วพูดขึ้น
"ข้าจะถามเจ้าตรงๆ" เขาพูดช้าๆ "เจ้าเป็นใคร?"
═══════════════════════════════════════════════════════════
จันทร์แจ่มรู้สึกว่าเวลาหยุดนิ่ง
เธอควรตอบอย่างไร?
บอกความจริงว่าเธอมาจากอนาคต? เขาจะไม่เชื่อแน่นอน หรืออาจจะคิดว่าเธอเป็นบ้า หรือแย่กว่านั้น—คิดว่าเธอเป็นแม่มด
แต่ถ้าโกหก เขาก็ดูจะไม่เชื่ออยู่ดี
"ข้า..." เธอตัดสินใจพูดความจริงครึ่งเดียว "ข้าไม่ใช่จันทร์แจ่มเดิมเพคะ"
ภูวเนตรเลิกคิ้ว แต่ไม่พูดอะไร รอให้เธอพูดต่อ
"ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เธอพูดต่อ "แต่เมื่อข้าตื่นขึ้นมา ข้าก็อยู่ในร่างนี้แล้ว ข้าไม่มีความทรงจำของจันทร์แจ่มเลย ไม่รู้จักใครในวังนี้ ไม่รู้กฎระเบียบ ไม่รู้อะไรเลย"
ความเงียบแผ่คลุมห้อง
ภูวเนตรจ้องมองเธอนิ่ง ดวงตาเย็นเฉียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
"เจ้ากำลังบอกว่าเจ้าเป็นวิญญาณที่มาสิงในร่างนี้?"
"ข้า... ข้าไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรเพคะ" จันทร์แจ่มก้มหน้า "ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามแต่ แต่นี่คือความจริง"
ภูวเนตรนิ่งไปนาน
แล้วเขาก็ทำสิ่งที่จันทร์แจ่มไม่คาดคิด
เขาหัวเราะ
เสียงหัวเราะเบาๆ แต่ก็เป็นเสียงหัวเราะ
"น่าสนใจ" เขาพูด "เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าพูดเรื่องบ้าๆ แบบนี้กับข้า"
"ท่าน... ท่านไม่โกรธเพคะ?"
"โกรธทำไม?" ภูวเนตรยักไหล่ "ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก แต่ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าโกหก เจ้าเชื่อในสิ่งที่เจ้าพูด"
จันทร์แจ่มมองเขาอย่างงงงวย
"ข้าจะจับตาดูเจ้า" ภูวเนตรพูดต่อ "ถ้าเจ้าทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อใครในวังนี้ ข้าจะไม่ปรานี"
"ข้าไม่คิดจะทำร้ายใครเพคะ"
"เราจะรู้กันเอง" ภูวเนตรโบกมือ "กลับไปได้แล้ว"
จันทร์แจ่มลุกขึ้น ก้มหัวแล้วเดินออกจากห้อง
หัวใจเต้นแรง แต่ก็โล่งใจในเวลาเดียวกัน
อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้คิดว่าเธอเป็นแม่มด
═══════════════════════════════════════════════════════════
เมื่อจันทร์แจ่มออกไปแล้ว
ภูวเนตรนั่งนิ่งอยู่คนเดียว ดวงตาจ้องมองประตูที่ปิดลง
"วิญญาณที่มาสิงในร่างคนอื่น..."
เขาพึมพำกับตัวเอง
ไม่รู้ว่าเรื่องนั้นจริงหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจคือ—หญิงสาวคนนี้ไม่ธรรมดา
ดวงตาของเธอ... ไม่เหมือนใครที่เขาเคยพบ
มันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่ก้มหัวง่ายๆ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
ภูวเนตรรู้สึกถึงความสนใจที่เขาไม่เคยรู้สึกมานาน
ตั้งแต่พิมพา...คู่หมั้นของเขาจากไป
เขาส่ายหัว พยายามไล่ความคิดนั้นออกไป
"อย่าโง่ ภูวเนตร" เขาพูดกับตัวเอง "เธอเป็นแค่นางข้าหลวง"
แต่ลึกๆ ในใจ เขารู้ว่าเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆ
═══════════════════════════════════════════════════════════
จบตอนที่ 2
ติดตามต่อ ตอนที่ 3: ท่านหญิงศศิธร