เกิดใหม่ยั่วสวาทมาเฟีย
คนรับใช้ที่ไม่ธรรมดา
ตอนฟรีตอนที่ 4: คนรับใช้ที่ไม่ธรรมดา
═══════════════════════════════════════
ปัญหาเรื่องสินค้าหายเริ่มต้นจากเสียงตะโกนในห้องประชุม
มิลลี่กำลังถูพื้นทางเดินชั้นสองเหมือนทุกเช้า เมื่อเสียงทุบโต๊ะดังสนั่นผ่านประตูไม้สักหนา ตามด้วยเสียงผู้ชายหลายคนพูดแย่งกัน
"สินค้าล็อตใหญ่หายไปสามรอบแล้วครับบอส!"
"รถขนส่งไปถึงปลายทาง แต่ของในรถหายไปครึ่ง ไม่รู้หายตรงไหน!"
"คนขับบอกว่าไม่ได้แวะที่ไหน แต่ GPS—"
"GPS บันทึกเส้นทางปกติครับ ไม่มีอะไรผิดสังเกต"
เสียงเตชินตัดเข้ามาเรียบนิ่ง "แล้วของหายไปไหน?"
เงียบ
เงียบแบบที่มิลลี่ได้ยินเสียงหายใจของตัวเองชัดเจน เงียบแบบที่ทุกคนในห้องประชุมกลัวจนไม่กล้าหายใจ
"ถ้าไม่มีใครตอบได้ภายในสามวัน" เตชินพูดต่อ น้ำเสียงไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย "ฉันจะถือว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสายขนส่ง...รับผิดชอบร่วม"
เสียงกลืนน้ำลายดังถี่ยิบ
มิลลี่กัดริมฝีปาก มือที่จับไม้ถูพื้นหยุดนิ่ง
GPS บันทึกเส้นทางปกติ แต่ของหาย?
สมองของ Financial Analyst ทำงานอัตโนมัติ ประสบการณ์จากชีวิตก่อนของณิชาภาผุดขึ้นมาเหมือนไฟล์ถูกเปิด — เธอเคยจัดการเคสที่คล้ายกันนี้สมัยทำงานกับบริษัทโลจิสติกส์ สินค้าหายระหว่างทาง GPS ดูปกติ คำตอบมักจะอยู่ที่...
"รหัส GPS ที่ติดรถ" เธอพึมพำเบาจนแทบไม่มีเสียง "ถ้า GPS ถูกโคลน..."
เธอสะดุ้ง รีบก้มหน้าถูพื้นต่อ
อย่าเผลอ อย่าเผลอ
═══════════════════════════════════════
แต่ความเผลอของมิลลี่ไม่ได้จบแค่นั้น
บ่ายวันเดียวกัน วรุตม์เดินออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้ากังวล — ซึ่งหาดูยากมากสำหรับชายร่าเริงคนนี้ เขาถือแฟ้มเอกสารหนา กำลังคุยโทรศัพท์
"ไม่ได้ผลครับ ตรวจเส้นทาง GPS ทุกคันแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติ จุดจอดตรงตามแผน เวลาตรง ไม่มีการเบี่ยงเบน..." วรุตม์ถอนหายใจ "บอสจะฆ่าผมแน่ถ้าหาไม่เจอ"
เขาเดินมาหยุดตรงหน้ามิลลี่ — ซึ่งกำลังคุกเข่าถูพื้นอยู่ — แล้วถอนหายใจยาว
"น้องมิลลี่ ช่วยเอาน้ำเย็นมาให้พี่แก้วหนึ่งค่ะ พี่ปวดหัวจะแย่"
"ค่ะพี่วรุตม์"
มิลลี่ลุกไปหยิบน้ำ ขณะที่วรุตม์ยืนพิงผนัง เปิดแฟ้มเอกสาร ส่ายหน้า
"GPS ปกติทุกคัน..." เขาพึมพำ "แต่ของหายสามล็อต จะปกติได้ยังไง"
มิลลี่กลับมาพร้อมแก้วน้ำ ยื่นให้วรุตม์ แล้วก็ — เธอไม่รู้ว่าปากตัวเองทำอะไรลงไป คำพูดหลุดออกมาก่อนที่สมองจะสั่งหยุด
"พี่วรุตม์คะ ถ้ารหัส GPS ที่ติดรถถูกสลับ ข้อมูลเส้นทางก็จะบันทึกผิดคันนะคะ เหมือนเราดู GPS ของรถคัน ก. แต่จริงๆ มันเป็นข้อมูลของรถคัน ข. ที่วิ่งเส้นทางปกติ ส่วนรถที่ขนของจริงอาจจะแวะที่อื่นก็ได้ค่ะ"
เงียบ
วรุตม์ค่อยๆ หันมามองเธอ
แก้วน้ำค้างอยู่กลางอากาศ ยังไม่ได้รับ
มิลลี่รู้ตัวว่าพลาดแล้ว เลือดเย็นวาบลงไปที่ปลายเท้า
"คือ..." เธอพยายามกู้สถานการณ์ "หนูเคยดูในทีวีค่ะ มีรายการที่—"
"เดี๋ยว" วรุตม์ยกมือขึ้น สายตาเปลี่ยนจากเหนื่อยล้าเป็นสนใจ "พูดอีกทีสิ รหัส GPS สลับ?"
มิลลี่กลืนน้ำลาย "ค่ะ...ถ้า GPS ที่ติดรถแต่ละคันมีรหัสเฉพาะ แค่สลับกล่อง GPS ระหว่างรถสองคัน ข้อมูลเส้นทางก็จะสลับกัน ดูจากระบบก็จะเหมือนทุกอย่างปกติค่ะ"
วรุตม์มองเธอนานจนมิลลี่อยากจะหายตัวไป
แล้วเขาก็ยิ้มกว้าง
"น้องมิลลี่ เธอเก่งจัง! เดี๋ยว — เดี๋ยวพี่ไปเช็คก่อนนะ!"
เขาคว้าแฟ้มเอกสาร วิ่งกลับเข้าห้องประชุม ทิ้งมิลลี่ยืนถือแก้วน้ำอยู่คนเดียวกลางทางเดิน
มิลลี่หลับตา
"บ้า..." เธอกระซิบ "ณิชาภา เธอโง่มากเลย"
═══════════════════════════════════════
ไม่ถึงชั่วโมง ทีมตรวจสอบของเตชินพบว่ามิลลี่พูดถูก
กล่อง GPS ของรถขนส่งสามคันถูกสลับกับรถคันอื่นที่วิ่งเส้นทางปกติ รถที่ขนสินค้าจริงแวะจุดลับระหว่างทาง ขนของออกไปครึ่งหนึ่ง แล้วค่อยไปส่งปลายทาง ข้อมูล GPS ที่ระบบบันทึกไว้เป็นของรถอีกคันที่ไม่ได้ขนของ — จึงดูปกติทุกอย่าง
วรุตม์ตื่นเต้นจนลืมไปว่าข้อมูลนี้มาจากไหน
แต่เตชินไม่ลืม
═══════════════════════════════════════
สองชั่วโมงหลังจากนั้น มิลลี่ถูกเรียกไปห้องทำงานของเตชิน
ห้องทำงานอยู่ชั้นสองปีกตะวันออก ประตูไม้สักแกะสลักลายหงส์ — สัญลักษณ์ตระกูลวรเดช ทหารสองคนยืนเฝ้าหน้าประตู มองมิลลี่ด้วยสายตาสงสัย
"เจ้าลอร์ดเรียก" ทหารคนหนึ่งพูดสั้นๆ แล้วเปิดประตู
มิลลี่เดินเข้าไป
ห้องทำงานของเตชินกว้างกว่าที่คิด โต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง เอกสารกองสูง จอคอมพิวเตอร์สองจอ ตู้เก็บเอกสารเหล็กเรียงข้างผนัง ม่านหนาสีเข้มปิดหน้าต่าง แสงสว่างมาจากโคมไฟตั้งโต๊ะเพียงดวงเดียว
กลิ่นไม้สักผสมกลิ่นกาแฟดำ
เตชินนั่งอยู่หลังโต๊ะ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง สูทสีเทาเข้มวันนี้ ปลดกระดุมบน ข้อมือพับแขนเสื้อขึ้นเผยแขนแกร่ง ปากกาในมือเขียนอะไรบางอย่างบนเอกสาร
วรุตม์ยืนอยู่ข้างโต๊ะ ยิ้มให้มิลลี่อย่างให้กำลังใจ — แต่มิลลี่รู้ว่ายิ้มนั้นช่วยอะไรไม่ได้
"ท่านเจ้าลอร์ดค่ะ พิมลรัตน์มาตามที่เรียกค่ะ" เธอก้มหัว มือไขว้หน้าตัว
เตชินยังไม่เงยหน้า ปากกายังเขียนต่อ
เงียบไปสิบวินาที ยี่สิบวินาที
แล้วปากกาก็หยุด
"วรุตม์บอกว่าเธอแก้ปัญหาเรื่อง GPS"
ไม่ใช่คำถาม เป็นการระบุข้อเท็จจริง
"ค่ะ...พิมลรัตน์แค่เดาค่ะ" มิลลี่ตอบ พยายามให้เสียงเบาและอ่อนน้อมที่สุด "เห็นพี่วรุตม์กังวล ก็เลย...เดาค่ะ"
"เดา" เตชินยกตาขึ้น
สายตาสีดำสนิทนั้นตรึงเธอไว้กับที่ ไม่ต่างจากครั้งก่อนในห้องโถง แต่ครั้งนี้มีบางอย่างเพิ่มขึ้นมา — ความสนใจที่ถูกปิดบังอย่างดี
"ลูกสาวคนรับใช้" เตชินพูดช้าๆ "เดาได้ว่ารหัส GPS ถูกสลับ" เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ "เธอเรียนรู้สิ่งนี้จากที่ไหน?"
คำถามนั้นเรียบง่าย แต่มิลลี่รู้ว่ามันคือกับดัก ตอบผิดหนึ่งคำ เธออาจไม่ได้เดินออกจากห้องนี้
"พิมลรัตน์ชอบดูรายการสารคดีค่ะ" เธอตอบ สายตามองพื้น "มีรายการหนึ่งเกี่ยวกับการขนส่ง เขาพูดเรื่อง GPS —"
"มองฉัน"
มิลลี่สะดุ้ง แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
ดวงตาของเตชินจ้องตรงเข้ามาในตาเธอ ระยะประชิด แม้จะมีโต๊ะกั้น แต่สายตานั้นทะลุทุกสิ่ง
"ร่างกายเธอสั่น" เตชินพูด เสียงเรียบเหมือนอ่านรายงาน "แต่ตาไม่กลัว"
มิลลี่กลืนน้ำลาย
เขาพูดถูก ร่างกายของเธอสั่นจริง — สั่นจากสัญชาตญาณของร่างมิลลี่ที่ยืนอยู่ต่อหน้านักฆ่า แต่จิตใจของณิชาภาไม่ได้กลัว เธอเคยพรีเซนต์ต่อหน้าซีอีโอที่ขึ้นชื่อเรื่องโหด เคยถูกด่าจนหน้าชาต่อหน้าบอร์ดบริหาร ความกลัวแบบ "ถูกประเมิน" นั้นเธอผ่านมาตลอดชีวิต
แต่ความกลัวแบบ "อาจถูกฆ่า" นั้นต่างออกไป
และเตชินเห็นความแตกต่างนั้น
"คนที่ฉลาดพอจะแก้ปัญหาที่ลูกน้องแก้ไม่ได้" เตชินพูดต่อ ไม่ละสายตา "แต่ซ่อนตัวเป็นคนรับใช้ ลูกสาวคนรับใช้" เขาเน้นคำ "น่าสนใจ"
"พิมลรัตน์ไม่ได้ฉลาดค่ะ แค่—"
"อย่าดูถูกฉัน" เตชินตัดบท เสียงยังเรียบ แต่มีคมซ่อนอยู่ "และอย่าดูถูกตัวเอง"
มิลลี่ปิดปาก
วรุตม์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ไอเบาๆ "บอส ผมว่าน้องมิลลี่แค่เก่งเกินตัว ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร"
เตชินไม่ตอบวรุตม์ สายตายังจับจ้องมิลลี่
แล้วเขาก็พูดประโยคที่ทำให้เธอหัวใจหยุดเต้นไปเสี้ยววินาที
"ไปได้"
มิลลี่ก้มหัว "ค่ะ ท่านเจ้าลอร์ด" แล้วเดินถอยหลังออกจากห้อง ไม่หันหลังให้ — สัญชาตญาณบอกว่าอย่าหันหลังให้สัตว์นักล่า
ประตูปิดลงข้างหลัง
เธอเดินจากมาสิบก้าวก่อนจะพิงผนัง หายใจออกยาว
"รอด" เธอกระซิบ "แต่เขาสงสัยแน่ๆ"
═══════════════════════════════════════
คืนนั้น ป้าแก้วรู้เรื่องแล้ว
"มิลลี่!" ป้าแก้วจับแขนลูกสาวแน่น สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "แม่ได้ยินว่าเจ้าลอร์ดเรียกลูกไปห้องทำงาน ลูกทำอะไรลงไป!?"
"ไม่มีอะไรค่ะแม่ แค่—"
"ฟังแม่นะ!" ป้าแก้วเสียงสั่น "ยี่สิบปีที่แม่อยู่ที่นี่ คนรับใช้ที่ถูกเจ้าลอร์ดเรียกไปห้องทำงาน...ไม่เคยมีเรื่องดี แม่เห็นมาหมด ลูกอย่าไปยุ่งกับท่าน อยู่เงียบๆ ทำงานเงียบๆ อย่าทำให้โดดเด่น"
มิลลี่เห็นน้ำตาเอ่อในดวงตาแม่ — ความกลัวที่แท้จริง ไม่ใช่กลัวลอยๆ แต่กลัวจากประสบการณ์ที่เห็นคนหายไปจากคฤหาสน์โดยไม่มีวันกลับมา
"ค่ะแม่" มิลลี่กอดแม่แน่น "หนูจะระวัง หนูสัญญา"
ป้าแก้วกอดลูกสาว ร่างเล็กสั่นเทา
มิลลี่ปิดตา
เธอสัญญาว่าจะระวัง แต่เธอสัญญาไม่ได้ว่าจะหยุด
เพราะเธอเห็นแล้ว — ภาพเตชินล้มลง เลือดเปื้อนพื้น ความทรงจำนั้นชัดขึ้นทุกวัน เหมือนนาฬิกานับถอยหลังที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเธอไม่ทำอะไร เขาจะตาย
แต่ถ้าเธอทำมากเกินไป เธอจะตายก่อน
═══════════════════════════════════════
คืนนั้น มิลลี่นอนไม่หลับ
เธอนอนฟังเสียงลมหายใจของป้าแก้ว ฟังเสียงจิ้งหรีดร้อง ฟังเสียงทหารเดินตรวจการณ์ผ่านหน้าห้อง
สมองหมุนไม่หยุด
เตชินจ้องเธอ ไม่ใช่จ้องแบบมองผ่าน — แต่จ้องแบบ "จดจำ" เขาบันทึกทุกรายละเอียดของเธอไว้ในหัวแล้ว ท่าทาง น้ำเสียง สายตา ลักษณะการตอบคำถาม
เขากำลังประเมินเธอ
เหมือนที่เธอเคยประเมินตัวเลขในงบการเงิน — อย่างเป็นระบบ ละเอียด ไม่ปล่อยอะไรผ่าน
"ร่างกายเธอสั่น แต่ตาไม่กลัว"
ประโยคนั้นวนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาเห็นทะลุหมด เห็นว่าเธอไม่ใช่แค่คนรับใช้ธรรมดา เห็นว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ความอ่อนน้อม
แต่เขาปล่อยเธอไป
ทำไม?
มิลลี่พลิกตัว จ้องเพดานมืด
"เพราะเขายังไม่รู้ว่าฉันเป็นภัยหรือเป็นประโยชน์" เธอวิเคราะห์ "เขาจะเฝ้าดูก่อน ให้เชือกยาวๆ แล้วรอดูว่าฉันจะแสดงอะไรออกมา"
เหมือนหมากรุก — เขาขยับหมากอีกตา แล้วรอ
ปัญหาคือ ทุกครั้งที่เธอเจอสายตาดำสนิทนั้น หัวใจของเธอไม่ได้แค่เต้นเพราะกลัว
มันเต้นเพราะอะไรบางอย่างที่เธอไม่กล้าเรียกชื่อ
ความรู้สึกที่ไม่ควรมี ไม่ควรเกิด — ลูกสาวคนรับใช้ไม่มีสิทธิ์รู้สึกแบบนี้กับเจ้าลอร์ด
"หยุดนะ ณิชาภา" เธอบอกตัวเอง "เขาเป็นมาเฟีย เขาฆ่าคนไม่กะพริบ เขาอาจจะสั่งฆ่าเธอพรุ่งนี้ก็ได้"
แต่ภาพที่ลอยมาก่อนหลับไม่ใช่ภาพปืน ไม่ใช่ภาพเลือด
แต่เป็นภาพสายตาสีดำสนิทที่จ้องเธอข้ามโต๊ะทำงาน — สายตาที่พูดว่า "ฉันเห็นเธอ"
และส่วนที่น่ากลัวที่สุดคือ...มิลลี่ไม่ได้อยากหนี
เธออยากให้เขาเห็นมากกว่านี้
═══════════════════════════════════════ จบตอนที่ 4 ═══════════════════════════════════════