เกิดใหม่ยั่วสวาทมาเฟีย

คฤหาสน์แห่งอันตราย

ตอนฟรี

ตอนที่ 2: คฤหาสน์แห่งอันตราย

═══════════════════════════════════════

สัปดาห์แรกในฐานะ "มิลลี่คนใหม่" ผ่านไปช้ากว่าที่คิด

ทุกเช้า มิลลี่ตื่นตีห้าพร้อมกับป้าแก้ว อาบน้ำเย็นเฉียบ ใส่ชุดคนรับใช้สีกรมท่า — เสื้อเชิ้ตคอปกกับกระโปรงยาวใต้เข่า ผมถักเปียเรียบร้อย ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มีน้ำหอม มีเพียงกลิ่นสบู่ดอกมะลิจางๆ

"กฎข้อแรก" ป้าแก้วสอนตั้งแต่วันแรกที่มิลลี่กลับมาทำงาน "อย่ามองตาท่านเจ้าลอร์ด อย่าพูดถ้าไม่ถูกถาม อย่ายืนขวางทาง อย่าทำเสียงดัง"

"กฎข้อสอง — ถ้าเจอทหารของท่าน หลบให้เร็ว อย่าชน อย่าแตะ ถ้าพวกเขาโกรธ ไม่มีใครช่วยเราได้"

"กฎข้อสาม —" ป้าแก้วจับมือลูกสาวแน่น "ห้ามเข้าปีกตะวันตก เด็ดขาด"

มิลลี่จดจำทุกกฎ แต่ในหัวของเธอ สิ่งที่บันทึกไม่ใช่แค่กฎ — แต่คือ "ช่องโหว่" ในระบบรักษาความปลอดภัย

ป้าแก้วสอนเธอทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่คือ ซักผ้า ถูพื้น เตรียมอาหาร เสิร์ฟชา — งานที่ณิชาภาไม่เคยทำในชีวิต แต่ร่างกายของมิลลี่คุ้นเคย มือเคลื่อนไหวเองเหมือนจำได้

"มิลลี่ เอาชาไปส่งห้องประชุมชั้นสอง" หัวหน้าคนรับใช้สั่ง

มิลลี่ยกถาดชา เดินตามทางเดินยาว ผ่านภาพวาดขนาดใหญ่ของบรรพบุรุษตระกูลวรเดช — ชายหน้าเข้มทุกคน ดวงตาในภาพราวกับจ้องมองตามเธอ

ห้องประชุมอยู่ชั้นสอง ประตูไม้สักหนาทึบเปิดครึ่งบาน เสียงผู้ชายพูดคุยดังออกมา — ไม่ใช่เสียงคุยธรรมดา แต่เป็นเสียงสั่งการ

มิลลี่เคาะประตูเบาๆ

"เข้ามา"

เสียงนั้นทำให้เธอหยุดหายใจไปเสี้ยววินาที

ต่ำ ทุ้ม เรียบนิ่ง — ไม่ได้ตะโกน แต่ทุกพยางค์ราวกับคำสั่งที่ไม่มีใครกล้าขัด

เธอผลักประตูเข้าไป

ห้องประชุมกว้างใหญ่ โต๊ะไม้ยาว เก้าอี้หนังสิบตัว ม่านหนาปิดหน้าต่าง แสงสว่างมาจากโคมไฟระย้าเพียงดวงเดียว

มีคนอยู่ในห้องห้าคน แต่มิลลี่เห็นแค่คนเดียว

เตชิน วรเดช นั่งอยู่หัวโต๊ะ

ภาพจากความทรงจำนั้นชัดเจน แต่ของจริงกลับรุนแรงกว่าหลายเท่า สูทสีดำสนิทพอดีตัว ไหล่กว้าง กรามคม ผมดำหวีเสยเผยหน้าผากสูง และดวงตาสีดำที่...

ที่กำลังจ้องมาที่เธอ

มิลลี่รู้สึกเหมือนถูกตรึง สายตาของเขาไม่ได้ดุ ไม่ได้โกรธ แต่มัน...ทะลุ เหมือนเขาสแกนเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าในเสี้ยววินาที แล้วตัดสินว่าเธอไม่มีค่าพอที่จะสนใจ

สายตานั้นเลื่อนผ่านเธอไปเหมือนเธอเป็นอากาศ

"ชาค่ะ" มิลลี่พูดเสียงเรียบ ก้มหัว วางถาดชาบนโต๊ะ มือไม่สั่น — เธอขอบคุณตัวเองที่เคยพรีเซนต์งบการเงินต่อหน้าบอร์ดบริหารมาก่อน

เธอเทชาลงถ้วย วางต่อหน้าเตชิน แล้วถอยออกมา

ตลอดเวลาที่ทำ เตชินไม่ได้มองเธออีก เขาหันไปคุยกับชายร่างกำยำที่นั่งข้างๆ — ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ หน้าตาร่าเริง ดูผิดที่ผิดทางในห้องประชุมมาเฟีย

วรุตม์ — มือขวาของเตชิน ความทรงจำของมิลลี่บอก

"บอส ตัวเลขเดือนนี้—" วรุตม์พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

"ผิดปกติ" เตชินตัดบท เสียงเรียบ ไม่มีอารมณ์ "สาขาตะวันออก ยอดหายไปสิบสองเปอร์เซ็นต์"

มิลลี่ที่กำลังเดินออกจากห้องหยุดชะงักเล็กน้อย

สิบสองเปอร์เซ็นต์

สมองของ Financial Analyst สว่างวาบ ตัวเลขนั้นไม่ใช่ความผิดพลาด — ถ้ายอดหายไปสิบสองเปอร์เซ็นต์จากสาขาเดียว โดยที่สาขาอื่นปกติ นั่นหมายความว่า...

มีคนยักยอก

เธอรีบเดินออกจากห้อง หัวใจเต้นแรง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะตื่นเต้น เธอ "เห็น" ปัญหาที่เตชินกำลังตามหา

และนั่นอาจเป็นโอกาสของเธอ

═══════════════════════════════════════

"มิลลี่ เก็บจานด้วย!"

"มิลลี่ ซักผ้าปูที่นอนห้องแขก!"

"มิลลี่ ถูพื้นห้องโถงใหม่ มีรอยเลือด— เอ่อ มีรอยเปื้อน"

สองสัปดาห์ผ่านไป มิลลี่ทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ร่างกายของเด็กสาววัยยี่สิบไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนที่คิด กล้ามเนื้อปวดเมื่อย หลังแข็ง มือด้านจากการขัดถู

แต่เธอไม่บ่น

เพราะระหว่างทำงาน เธอ "เรียนรู้" ทุกอย่าง

เธอรู้ว่าเตชินตื่นทุกเช้าตีห้าครึ่ง ดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล อ่านเอกสารในห้องทำงานจนเที่ยง ประชุมบ่าย แล้วออกไปทำ "ธุรกิจ" ตอนค่ำ กลับมาดึก บางทีเสื้อมีรอยเลือดจางๆ

เธอรู้ว่าวรุตม์เป็นคนเดียวที่กล้าพูดเล่นกับเตชิน และเตชินไม่เคยยิ้ม — ไม่เคยเลย

เธอรู้ว่ามีชายสูงวัยคนหนึ่งที่ทุกคนเรียกว่า "ท่านผู้เฒ่า" — ผู้เฒ่าวรพล ลุงของเตชิน ผมขาวเกรียน หน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา ดูเป็นมิตร ดูน่าเชื่อถือ

แต่ทุกครั้งที่มิลลี่เห็นรอยยิ้มนั้น สันหลังเธอเย็นวาบ

ความทรงจำของมิลลี่ตัวจริงไม่ได้บอกชัดว่าใครเป็นคนทรยศ แต่ทุกครั้งที่เธอเห็นวรพล ความรู้สึกบางอย่างก็กระตุ้นเหมือนสัญญาณเตือนภัย

"ท่านผู้เฒ่าเป็นคนดีนะลูก" ป้าแก้วบอก "ท่านเลี้ยงเจ้าลอร์ดมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่เจ้าลอร์ดเสียตอนท่านอายุแค่สิบขวบ ท่านผู้เฒ่านี่แหละเอามาเลี้ยง"

มิลลี่ยิ้มให้แม่ แต่ในใจจดบันทึก: วรพล — ลุง — เลี้ยงเตชินมา — ได้ประโยชน์อะไรจากการเลี้ยง?

═══════════════════════════════════════

วันหนึ่ง ขณะที่มิลลี่กำลังเช็ดกระจกในห้องโถงใหญ่ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินมาจากทางเดิน

เธอหันไป — แล้วเห็นเตชินเดินตรงมา

ไม่ใช่แค่เดินผ่าน เขาเดินตรงมาที่เธอ

มิลลี่ก้มหัวทันที ถอยไปชิดผนัง ทำตามกฎข้อแรกที่ป้าแก้วสอน — อย่ามองตาท่านเจ้าลอร์ด

แต่เตชินหยุดตรงหน้าเธอ

"ชื่ออะไร"

ไม่ใช่คำถาม มันคือคำสั่ง

"พิมลรัตน์ค่ะ ท่านเจ้าลอร์ด" มิลลี่ตอบ ก้มหน้า มองพื้น "คนรับใช้ ลูกสาวของป้าแก้วค่ะ"

เงียบไปสองวินาที

"มองขึ้นมา"

มิลลี่กลืนน้ำลาย แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้น

ดวงตาสีดำสนิทนั้นจ้องตรงเข้ามาในตาเธอ ระยะห่างไม่ถึงหนึ่งเมตร เธอเห็นรายละเอียดที่มองไม่เห็นจากไกลๆ — แผลเป็นบางๆ ที่ขอบคิ้วซ้าย ขนตายาวดำ และดวงตาที่...

เย็นชา

เย็นจนแทบจะไม่มีอารมณ์ใดๆ เลย เหมือนมองหินก้อนหนึ่ง สวยงามแต่ไร้ความรู้สึก

"เธอ" เตชินพูด เสียงเรียบ "วันก่อน เสิร์ฟชาในห้องประชุม"

ไม่ใช่คำถาม เป็นการยืนยันว่าเขาจำได้

"ใช่ค่ะ" มิลลี่ตอบ

"ตอนที่เธอเดินออกจากห้อง" เตชินพูดต่อ น้ำเสียงไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย "เธอหยุดฟังอยู่ครึ่งวินาที"

เลือดในตัวมิลลี่เย็นวูบ

เขาสังเกตเห็น ทั้งที่เธอแค่ชะงักเล็กน้อย ไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำ แต่ชายคนนี้จับได้

"ข้อหาแอบฟังการประชุมของเจ้าลอร์ด" เตชินพูดเบา ตาจ้องไม่กะพริบ "โทษถึงตาย"

มิลลี่รู้สึกว่าพื้นใต้เท้าราวกับจะยุบลง แต่เธอบังคับตัวเอง — ถ้าแสดงความกลัว เขาจะยิ่งสงสัย

"ขอโทษค่ะ ท่านเจ้าลอร์ด" เธอก้มหัว แต่เสียงไม่สั่น "พิมลรัตน์ไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แค่สะดุดตรงธรณีประตูค่ะ"

เงียบ

เงียบนานจนมิลลี่รู้สึกว่าหัวใจจะหยุดเต้น

แล้วเตชินก็เดินจากไป ไม่พูดอะไรอีก เสียงฝีเท้าค่อยๆ ห่างออกไปตามทางเดิน

มิลลี่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นจนแน่ใจว่าเขาไปแล้ว แล้วจึงปล่อยลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมา

มือที่จับผ้าเช็ดกระจกสั่นระริก

"โอเค..." เธอกระซิบกับตัวเอง "เขาอันตรายกว่าที่คิดมาก"

แต่ลึกๆ ในใจ สิ่งที่เธอรู้สึกไม่ใช่แค่ความกลัว

มันคือความตื่นเต้น

เพราะถ้าเตชินสังเกตได้ขนาดนี้ — แปลว่าเขาฉลาดพอที่จะรอดถ้ามีคนเตือน

ปัญหาคือ...จะเตือนยังไงโดยที่ไม่ตาย

═══════════════════════════════════════

ค่ำคืนนั้น ป้าแก้วนั่งถักผ้าข้างเตียง ใบหน้าเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน

"แม่" มิลลี่นอนตะแคงมอง "ทำไมแม่ถึงทำงานที่นี่คะ ทั้งที่...อันตราย"

ป้าแก้วยิ้มบางๆ "จะไปไหนล่ะลูก แม่ไม่มีการศึกษา ไม่มีญาติ พ่อเธอเสียตั้งแต่เธอเล็กๆ ที่นี่อย่างน้อยก็มีหลังคา มีข้าวกิน ท่านเจ้าลอร์ดไม่ได้รังแกคนรับใช้ ถ้าเราไม่ทำผิด ก็อยู่ได้"

"แม่เห็นอะไรมาบ้างคะ ตลอดยี่สิบปี?"

ป้าแก้วมือหยุดถัก สายตาดิ่งลงไปในอดีต

"แม่เห็นเจ้าลอร์ดเก่าถูก...เปลี่ยน" เธอพูดเบา "เห็นเจ้าลอร์ดคนปัจจุบันตอนยังเด็ก ร้องไห้ครั้งสุดท้ายตอนพ่อแม่เสีย หลังจากนั้นไม่เคยเห็นท่านร้องอีกเลย ท่านผู้เฒ่าวรพลเอาไปเลี้ยง สอนให้เป็นผู้นำ สอนให้..."

เธอหยุด

"สอนให้อะไรคะแม่?"

"สอนให้ไม่เป็นคน" ป้าแก้วกระซิบ แล้วสะดุ้ง "แม่ไม่ได้พูดนะ ลูกอย่าไปพูดให้ใครฟัง"

มิลลี่ไม่พูดอะไร แค่จ้องเพดาน คิดถึงดวงตาเย็นชาของเตชิน — ดวงตาของเด็กสิบขวบที่สูญเสียทุกอย่าง แล้วถูกสอนให้กลายเป็น "อาวุธ"

"ชีวิตนี้..." เธอคิด "ฉันจะเปลี่ยนชะตา ฉันจะไม่ปล่อยให้เขาตาย...แม้ต้องแลกด้วยหัวใจ"

ตอนนั้นเธอคิดว่า "แลกด้วยหัวใจ" หมายถึง "เสี่ยงชีวิต"

เธอยังไม่รู้ว่ามันจะหมายถึงอะไรจริงๆ

═══════════════════════════════════════ จบตอนที่ 2 ═══════════════════════════════════════

ชอบเรื่องนี้ไหม?

อ่านเรื่องเต็มได้ที่: