ท่านประธานครับ รักไม่อยู่ในสัญญาจ้าง
ท่านประธานลงสนาม
ตอนฟรีตอนที่ 1: ท่านประธานลงสนาม
══════════════════════════════════════════════════════════════
เสียงส้นรองเท้าหนังสีดำกระทบพื้นหินอ่อนดังก้องไปทั่วล็อบบี้ของโรงพยาบาลวรินทร์ สาขาใหญ่ พนักงานทุกคนที่ยืนอยู่ตามจุดต่างๆ ต่างหันมามองไปในทิศทางเดียวกัน บ้างก้มหัวทำความเคารพ บ้างรีบเดินหลบทางอย่างเร่งรีบ
ปภาวรินทร์ วรินทร์ธนากร ก้าวเดินอย่างมั่นคงผ่านประตูกระจกบานใหญ่ ใบหน้าคมสวยไร้รอยยิ้ม ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วบริเวณราวกับกำลังประเมินทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในสายตา
"สวัสดีค่ะ ท่านประธาน"
เสียงทักทายดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง แต่เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับ ไม่มีคำพูดใด ไม่มีรอยยิ้มใด
ณัฐณิชา เลขาส่วนตัวของเธอเดินตามมาติดๆ พร้อมแท็บเล็ตในมือ พยายามก้าวให้ทันจังหวะเดินของนายจ้าง
"ท่านประธานคะ ตารางวันนี้ค่อนข้างแน่น เวลา 9.00 น. ประชุมบอร์ดบริหาร เวลา 11.00 น. ตรวจงานแผนกฉุกเฉิน เวลา 13.00 น. ประชุมหัวหน้าแผนกทุกแผนก และเวลา 15.00 น. พบนักลงทุนจากสิงคโปร์ค่ะ"
ปริมรับฟังโดยไม่หันมามอง เธอยังคงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น
"รายงานผลประกอบการเดือนที่แล้วส่งมาหรือยัง?"
"ส่งมาเมื่อคืนค่ะ ดิฉันได้สรุปประเด็นสำคัญไว้ในอีเมลแล้ว"
"กำไรสุทธิ?"
"ลดลง 3% จากเดือนก่อนค่ะ"
ปริมหยุดเดินกะทันหัน ทำให้นิชเกือบชนหลังเธอ
"3%?" เสียงของเธอเย็นเฉียบ "เหตุผล?"
นิชกลืนน้ำลาย "ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเพิ่มขึ้นค่ะ โดยเฉพาะค่าล่วงเวลาของแพทย์และพยาบาล และ... มีการยกเว้นค่ารักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยยากไร้หลายรายค่ะ"
"ใครอนุมัติ?"
"หัวหน้าแผนกอายุรกรรมค่ะ นพ.ภาคิน รัตนพิศาล"
ปริมจดจำชื่อนั้นไว้ในใจ เธอหันกลับมาเดินต่อ
"เพิ่มหัวข้อ 'ทบทวนนโยบายการยกเว้นค่ารักษาพยาบาล' ในวาระการประชุมวันนี้ และให้ นพ.ภาคิน เข้าร่วมประชุมด้วย"
"ค่ะ ท่านประธาน"
══════════════════════════════════════════════════════════════
ห้องประชุมบอร์ดบริหารชั้น 15 ของอาคารสำนักงานใหญ่ เป็นห้องกว้างขวางที่ตกแต่งอย่างหรูหรา โต๊ะประชุมยาวเหยียดทำจากไม้มะฮอกกานีเงาวับ รายล้อมไปด้วยเก้าอี้หนังสีดำ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสมองเห็นวิวเมืองกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจน
คณะกรรมการบริหารนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนแต่งกายเป็นทางการ สูทสีเข้ม เนคไทรัดคอ บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
พิชญ์พล ธนาเศรษฐ์ รองประธานบริหาร นั่งอยู่ทางซ้ายมือของเก้าอี้ประธาน ใบหน้าเขาเรียบเฉย แต่ดวงตาแฝงไปด้วยความคิดคำนวณ
"ท่านประธานมาแล้วครับ" เสียงเลขาฯ ประกาศ
ทุกคนลุกขึ้นยืน
ปริมก้าวเข้ามาในห้องอย่างสง่างาม เธอพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ทุกคนนั่งลง ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประธานตรงหัวโต๊ะ
"เริ่มประชุมได้เลย" เธอสั่งสั้นๆ
ผู้จัดการฝ่ายการเงินลุกขึ้นนำเสนอรายงานผลประกอบการ ตัวเลขบนหน้าจอแสดงกราฟที่ลดลงอย่างชัดเจน
"รายได้รวมเดือนที่แล้วอยู่ที่ 450 ล้านบาท ลดลง 2% จากเดือนก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 45 ล้านบาท ลดลง 3% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เพิ่มขึ้น และการยกเว้นค่ารักษาพยาบาลที่มากกว่าปกติครับ"
ปริมนิ่งฟังโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เมื่อผู้จัดการนำเสนอจบ เธอจึงเอ่ยขึ้น
"ตัวเลขเหล่านี้ยอมรับไม่ได้ เราเป็นโรงพยาบาลเอกชน ไม่ใช่องค์กรการกุศล การยกเว้นค่ารักษาพยาบาลต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด ไม่ใช่ปล่อยให้ใครอนุมัติได้ตามใจชอบ"
เธอหันไปมองนิช "นพ.ภาคิน มาถึงหรือยัง?"
"มาถึงแล้วค่ะ รออยู่หน้าห้อง"
"เชิญเข้ามา"
ประตูห้องประชุมเปิดออก ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาวก้าวเข้ามา ใบหน้าคมชัด ดวงตาหลังแว่นกรอบดำมองตรงไปข้างหน้าอย่างสงบนิ่ง เขาไม่ได้แต่งตัวเป็นทางการเหมือนคนอื่นๆ ในห้อง มีเพียงเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนใต้กาวน์ และรองเท้าผ้าใบสีขาว
"นพ.ภาคิน รัตนพิศาล รายงานตัวครับ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ปริมมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ความไม่พอใจแฝงอยู่ในดวงตา
"นั่งได้ คุณหมอ"
ภาคินพยักหน้าและเดินไปนั่งที่เก้าอี้ว่างด้านท้ายโต๊ะ เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือประหม่าแม้แต่น้อย
"คุณหมอ" ปริมเริ่มต้น "ฉันได้รับรายงานว่าคุณอนุมัติการยกเว้นค่ารักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยหลายรายในเดือนที่ผ่านมา รวมเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท"
ภาคินพยักหน้า "ถูกต้องครับ"
"เหตุผล?"
"ผู้ป่วยเหล่านั้นไม่มีเงินจ่าย แต่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วนครับ"
"โรงพยาบาลเรามีนโยบายส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้ไปยังโรงพยาบาลรัฐ คุณทราบดีใช่ไหม?"
"ทราบครับ" ภาคินตอบ "แต่ในหลายกรณี การส่งต่ออาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างทาง ผมในฐานะแพทย์ไม่สามารถปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้"
ปริมเอนหลังพิงเก้าอี้ "คุณหมอ โรงพยาบาลวรินทร์เป็นธุรกิจ ไม่ใช่องค์กรการกุศล เราต้องทำกำไรเพื่อให้บริษัทอยู่รอด เพื่อจ่ายเงินเดือนพนักงานกว่า 5,000 คน ถ้าทุกคนทำเหมือนคุณ โรงพยาบาลจะล้มละลายภายในปีเดียว"
ภาคินมองตรงไปที่เธอ "ท่านประธานครับ ผมเข้าใจเรื่องธุรกิจ แต่ผมก็เข้าใจเรื่องจริยธรรมทางการแพทย์เช่นกัน แพทย์มีหน้าที่รักษาชีวิตคน ไม่ใช่ปล่อยให้คนตายเพราะไม่มีเงิน"
เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นในห้องประชุม ไม่มีใครกล้าพูดตรงๆ กับท่านประธานแบบนี้มาก่อน
ปริมขมวดคิ้ว "คุณกำลังบอกว่าผมไม่มีจริยธรรมหรือ?"
"ผมไม่ได้พูดเช่นนั้นครับ" ภาคินตอบอย่างใจเย็น "ผมแค่ต้องการชี้ให้เห็นว่า บางครั้งการตัดสินใจที่ถูกต้องทางธุรกิจ อาจไม่ใช่การตัดสินใจที่ถูกต้องทางศีลธรรม"
พิชญ์พลกระแอมเบาๆ "ท่านประธานครับ ผมคิดว่า นพ.ภาคิน อาจต้องทบทวนบทบาทหน้าที่ของตัวเองใหม่ แพทย์ควรรักษาคนไข้ ไม่ใช่มาตัดสินใจเรื่องนโยบายบริษัท"
ภาคินหันไปมองรองประธาน "ผมไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนโยบายครับ ผมแค่ทำหน้าที่ของแพทย์ ซึ่งก็คือการรักษาชีวิตคน ถ้าโรงพยาบาลมีนโยบายที่ขัดกับจริยธรรมทางการแพทย์ ผมคิดว่าควรทบทวนนโยบาย ไม่ใช่ทบทวนบทบาทของแพทย์"
ปริมกดขากรรไกรแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้าพูดตรงๆ กับเธอแบบนี้ในห้องประชุม ลูกน้องทุกคนของเธอรู้ดีว่าไม่ควรขัดแย้งกับท่านประธาน แต่หมอคนนี้...
"คุณหมอ" เธอกล่าวเสียงเย็น "คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังพูดกับใคร?"
ภาคินพยักหน้า "รู้ครับ ท่านประธาน CEO ของเครือโรงพยาบาลวรินทร์ เจ้าของกิจการ และนายจ้างของผม"
"แล้วคุณไม่กลัวตกงานหรือ?"
"กลัวครับ" ภาคินตอบตรงๆ "แต่ผมกลัวคนไข้ตายมากกว่ากลัวตกงาน"
ห้องประชุมเงียบกริบ ทุกคนกลั้นหายใจ รอดูปฏิกิริยาของท่านประธาน
ปริมจ้องมองภาคินอยู่นาน ดวงตาทั้งคู่ไม่ยอมหลบกัน ราวกับเป็นศึกที่ไม่มีใครยอมแพ้
"ประชุมพักก่อน" เธอกล่าวในที่สุด "นิช เตรียมเอกสารเรื่องการโยกย้ายแพทย์ให้ฉัน"
══════════════════════════════════════════════════════════════
ภาคินเดินออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือเสียใจกับสิ่งที่พูดไป ทุกคำพูดของเขาคือความจริงที่เขาเชื่อมั่น
"คิน!" เสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง
เขาหันไปพบ นพ.วีรภัทร ธนะชัย เพื่อนสนิทที่เป็นแพทย์ศัลยกรรมอยู่แผนกเดียวกัน วีรภัทรวิ่งตามมาด้วยสีหน้ากังวล
"นาย บ้าไปแล้วหรือไง!?" วีรภัทรตะโกนเบาๆ "พูดแบบนั้นกับท่านประธานได้ยังไง!?"
"ก็พูดความจริงไง" ภาคินตอบเรียบๆ
"ความจริงอะไร! นายรู้ไหมว่าเธอมีอำนาจไล่นายออกได้ทุกเมื่อ!"
"รู้"
"แล้วทำไมยังพูด!"
ภาคินหยุดเดิน หันมามองเพื่อน "วี ถ้านายเจอคนไข้กำลังจะตาย แล้วมีคนบอกว่าปล่อยเขาไปเพราะไม่มีเงิน นายจะทำอย่างไร?"
วีรภัทรนิ่งไป
"ผมเป็นหมอ วี หน้าที่ของผมคือรักษาชีวิตคน ไม่ใช่ทำให้บริษัทกำไร ถ้าโรงพยาบาลนี้ไม่ต้องการหมอที่ยึดมั่นในจริยธรรม ผมก็ไม่ควรอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก"
วีรภัทรถอนหายใจ "นาย... บางทีก็ต้องรู้จักอ่อนบ้างนะ ไม่ใช่แข็งกร้าวตลอด"
"ผมไม่ได้แข็งกร้าว ผมแค่ไม่โกหกตัวเอง"
ภาคินเดินต่อไปตามทางเดิน ทิ้งให้เพื่อนยืนมองหลังอยู่ด้วยความกังวล
══════════════════════════════════════════════════════════════
กลับมาที่ห้องประชุม หลังจากพักสั้นๆ ทุกคนกลับมานั่งประจำที่อีกครั้ง แต่บรรยากาศยังคงตึงเครียด
"ก่อนจะดำเนินการประชุมต่อ" ปริมเริ่มต้น "ฉันมีประกาศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การยกเว้นค่ารักษาพยาบาลทุกกรณีต้องผ่านการอนุมัติจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลเท่านั้น หัวหน้าแผนกไม่มีอำนาจอนุมัติได้ด้วยตัวเอง"
เธอหยุดพูดครู่หนึ่ง
"และอีกเรื่องหนึ่ง ฉันต้องการให้แพทย์ทุกคนเพิ่มยอดการแนะนำบริการเสริมให้คนไข้ เช่น การตรวจสุขภาพแบบพิเศษ การฉีดวัคซีนเสริม การทำทรีตเมนต์ความงาม เป็นต้น เราต้องเพิ่มรายได้จากบริการเหล่านี้อย่างน้อย 20% ในไตรมาสหน้า"
กรรมการหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย พิชญ์พลยิ้มมุมปาก
"ความคิดดีครับ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เราควรทำมานานแล้ว"
ปริมพยักหน้า "ให้ฝ่ายบุคคลประสานงานกับหัวหน้าแผนกทุกแผนก จัดอบรมทักษะการขายให้แพทย์และพยาบาล"
"ขอโทษครับ ท่านประธาน"
เสียงของภาคินดังขึ้นอีกครั้ง ทุกคนหันไปมอง
"ยังไม่จบเหรอ คุณหมอ?" ปริมถามเสียงเย็น
"ยังครับ" ภาคินลุกขึ้นยืน "ผมต้องขอคัดค้านนโยบายนี้"
พิชญ์พลหัวเราะแห้งๆ "คุณหมอ คุณมีสิทธิ์อะไรมาคัดค้านนโยบายของบริษัท?"
"ผมมีสิทธิ์ในฐานะแพทย์ครับ" ภาคินตอบ "การให้แพทย์ขายบริการเสริมให้คนไข้เป็นเรื่องที่ขัดกับจริยธรรมทางการแพทย์ แพทย์มีหน้าที่แนะนำการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้ ไม่ใช่แนะนำสิ่งที่ทำเงินให้บริษัทมากที่สุด"
"คุณหมอ" ปริมกล่าวเสียงแข็ง "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? นี่คือธุรกิจ ไม่ใช่วัด ถ้าคุณอยากทำการกุศล ไปทำที่อื่น"
"ท่านประธานครับ" ภาคินมองตรงไปที่เธอ "ผมไม่ได้อยากทำการกุศล ผมแค่อยากทำหน้าที่หมอ แพทย์ที่ขายของให้คนไข้ไม่ใช่แพทย์ แต่เป็นเซลล์ขายของ และผมไม่ได้เรียนหมอมาหกปีเพื่อมาเป็นเซลล์ครับ"
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ดังกว่าเดิม
ปริมลุกขึ้นยืน ใบหน้าเธอแดงก่ำด้วยความโกรธ
"คุณหมอภาคิน!" เสียงของเธอดังก้องไปทั่วห้อง "คุณกำลังดูหมิ่นฉันต่อหน้าบอร์ดบริหาร!"
"ผมไม่ได้ดูหมิ่นท่านประธานครับ" ภาคินยังคงใจเย็น "ผมแค่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ และในฐานะหมอ ผมมีหน้าที่พูดความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ผิด"
ทั้งคู่จ้องมองกัน สายตาปะทะกันราวกับประกายไฟ
ปริมรู้สึกหัวใจเต้นแรงด้วยความโกรธ นี่เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดปีที่เธอรับตำแหน่งประธาน ที่มีคนกล้าท้าทายเธอต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ไม่มีใครเคยทำ ไม่ว่าจะเป็นกรรมการบริหาร ผู้จัดการ หรือแม้แต่ลุงของเธอเอง
แต่หมอคนนี้... หมอที่ไม่มีอำนาจอะไรในบริษัท กลับกล้าลุกขึ้นมาคัดค้านเธอต่อหน้าทุกคน
"ประชุมจบ" เธอกล่าวเสียงเรียบ "นิช ตามฉันมา"
ปริมก้าวออกจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ทุกคนนั่งมองตามอย่างงุนงง
══════════════════════════════════════════════════════════════
ในห้องทำงานส่วนตัว ปริมยืนอยู่หน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองออกไปยังวิวเมืองด้านล่าง มือของเธอกำแน่น
"นิช" เธอเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมา "ประวัติของ นพ.ภาคิน"
นิชเปิดแท็บเล็ต "นพ.ภาคิน รัตนพิศาล อายุ 30 ปี จบแพทยศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม ทำงานที่โรงพยาบาลวรินทร์มา 5 ปี"
"ผลงาน?"
"ดีเยี่ยมค่ะ อัตราการรักษาหายสูงที่สุดในแผนก คนไข้ให้คะแนนความพึงพอใจเต็ม 5 ดาวเกือบทุกราย มีคนไข้ประจำจำนวนมาก รวมถึงคนไข้ VIP หลายคนที่ระบุชื่อขอพบเขาคนเดียว"
ปริมหันมา "คนไข้ VIP ใครบ้าง?"
"คุณหญิงพิมลพรรณ ท่านรัฐมนตรี คุณสุชาติ เจ้าของโรงแรมเครือใหญ่ และอีกหลายท่านค่ะ"
ปริมกัดฟัน นั่นหมายความว่าเธอไม่สามารถไล่หมอคนนี้ออกได้ง่ายๆ ถ้าไล่ออก คนไข้ VIP เหล่านั้นอาจย้ายไปใช้บริการโรงพยาบาลอื่น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้มหาศาล
"มีข้อเสียอะไรบ้าง?"
นิชนิ่งไปครู่หนึ่ง "จริงๆ แล้ว... ไม่มีค่ะ ในแง่การทำงาน เขาไม่มีข้อเสียเลย แค่... พูดตรงเกินไป และไม่ค่อยเข้าสังคมกับคนอื่นค่ะ"
"หมายความว่าเขาเป็นหมอที่เก่งที่สุดในโรงพยาบาลของฉัน... และเป็นคนที่ทำให้ฉันโกรธที่สุดในเวลาเดียวกัน" ปริมพึมพำ
"ค่ะ... อาจจะพูดได้อย่างนั้น"
ปริมถอนหายใจ เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน มือเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสาร
"ย้ายเขาไปแผนกผู้ป่วยนอก" เธอสั่ง "คนไข้น้อยกว่า งานเบากว่า และ... ห่างจากสายตาฉัน"
"แต่ท่านประธานคะ ถ้าย้ายไปแผนกอื่น คนไข้ VIP อาจจะ..."
"ฉันรู้" ปริมตัดบท "แค่ย้ายชั่วคราว ให้เขารู้สึกถึงผลของการท้าทายฉัน ถ้าคนไข้ร้องเรียน ค่อยย้ายกลับ"
"ค่ะ ท่านประธาน"
นิชก้มหัวและเดินออกไป ปริมนั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงานอันเงียบสงบ
เธอหลับตา นึกถึงดวงตาหลังแว่นของหมอคนนั้น ดวงตาที่มองเธอตรงๆ โดยไม่มีความกลัว ไม่มีความเกรงใจ มีแต่ความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองพูด
ทำไมเขากล้านัก?
ทำไมเขาไม่กลัวเธอเหมือนคนอื่นๆ?
คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของปริม และเธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย
เธอไม่ชอบที่มีคนทำให้เธอรู้สึกไม่มั่นคง
══════════════════════════════════════════════════════════════
ขณะเดียวกัน ที่ห้องพักแพทย์ ภาคินนั่งอยู่คนเดียวหน้าคอมพิวเตอร์ กำลังอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับโรคหายากที่เขาสนใจ
โทรศัพท์สั่น มีข้อความจากวีรภัทร
"นาย มีคำสั่งย้ายแล้ว แผนกผู้ป่วยนอก มีผลพรุ่งนี้เช้า"
ภาคินมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็วางโทรศัพท์ลง หันกลับไปอ่านงานวิจัยต่อ
เขาไม่แปลกใจ เขาคาดไว้แล้วว่าจะมีการลงโทษ
แต่เขาไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำ
เพราะบางสิ่งในโลกนี้สำคัญกว่าตำแหน่งหน้าที่การงาน
และสำหรับเขา ชีวิตคนไข้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
══════════════════════════════════════════════════════════════
ดึกคืนนั้น ปริมยังคงนั่งทำงานอยู่ในห้อง แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเป็นแสงสว่างเดียวในห้อง
เธอกำลังอ่านรายงานผลประกอบการประจำปี ตัวเลขกำไรที่เพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนสาขาที่ขยายตัว มูลค่าหุ้นที่สูงขึ้น
ทุกอย่างดูดี
แต่ทำไมวันนี้คำพูดของหมอคนนั้นถึงยังก้องอยู่ในหัวเธอ?
"ผมเป็นหมอ หน้าที่ของผมคือรักษาชีวิตคน ไม่ใช่ทำให้บริษัทกำไร"
ปริมวางปากกาลง เธอยกมือขึ้นนวดขมับ รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เธอทำงานหนักเกินไป นั่นแหละคือปัญหา
พ่อของเธอก็ทำงานหนักแบบนี้ และท้ายที่สุด...
เธอสะบัดความคิดนั้นออกไป ไม่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องอดีต
เธอต้องโฟกัสที่ปัจจุบัน ที่ธุรกิจ ที่ตัวเลข ที่ผลกำไร
เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่เธอควบคุมได้
══════════════════════════════════════════════════════════════
[จบตอนที่ 1]
ตอนหน้า: ตอนที่ 2 - หมอหัวแข็งแห่งวรินทร์