สืบสวาท รักซ่อนคดี
ตอนที่ 8
ตอนฟรีสืบสวาท รักซ่อนคดี ตอนที่ 8: ฝนตก คฤหาสน์มืด
═══════════════════════════════════════════
วันที่แปด พายุฝนถล่มเชียงใหม่ตั้งแต่เช้ามืด
ฟ้าร้องครืนๆ สายฟ้าผ่าฉาดขาว ฝนกระหน่ำหลังคาไม้ของคฤหาสน์เรือนวิมานดังสนั่น หน้าต่างทุกบานปิดแน่น แต่ลมยังลอดเข้ามาตามช่องไม้เก่า
บ่ายสาม ไฟดับ
ทั้งคฤหาสน์จมอยู่ในความมืด
═══════════════════════════════════════════
ป้าปุ๋ยจุดเทียนทั่วบ้าน ห้องโถงสว่างจากเปลวเทียนหลายสิบเล่มที่ส่องวูบไหวตามลมพายุ
"ไฟดับบ่อยค่ะ ช่วงหน้าฝน" ป้าปุ๋ยยิ้มใจเย็น "คงกลับมาตอนค่ำ"
สิรินทร์หายเข้าห้องไป กฤตนอนหลับ หมอจิรอ่านหนังสือในห้องพัก
อารยาตัดสินใจใช้โอกาสนี้
ไฟดับ ไม่มีกล้องวงจรปิด ทุกคนอยู่ในห้อง — เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการค้นหาครั้งสำคัญ
เธอหยิบไฟฉาย LED ใหม่ที่วิชญ์ให้ แล้วเดินไปที่ห้องทำงานวิรัช
═══════════════════════════════════════════
ห้องทำงานมืดสนิท เสียงฝนกระหน่ำข้างนอก ลมเย็นลอดผ่านช่องหน้าต่าง
อารยาส่องไฟฉาย กวาดแสงไปทั่วห้อง
เธอเดินไปที่โต๊ะทำงาน เปิดลิ้นชักทีละอัน — ลิ้นชักบน เครื่องเขียน ซองจดหมาย แสตมป์
ลิ้นชักกลาง — แฟ้มเอกสารธุรกิจ
ลิ้นชักล่าง — ล็อค
อารยาใช้ปิ๊กล็อค คลิก เปิด
ภายในมีกล่องเล็กๆ สีดำ เธอเปิด — ภายในเป็นสมุดบันทึกขนาดฝ่ามือ ปกหนังเก่า มีอักษรย่อ "ว.ศ." ปั๊มทอง
_บันทึกส่วนตัวของวิรัช_
อารยาเปิดหน้าสุดท้ายที่มีข้อความ — ลายมือสั่นเล็กน้อย เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน
_"14 พฤศจิกายน_
_รู้สึกไม่สบายมาหลายวัน ใจสั่น วิงเวียน หมอจิรบอกให้พักผ่อน_
_แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ใช่แค่ป่วยธรรมดา_
_มีคนในบ้านนี้ต้องการให้ฉันตาย_
_ฉันรู้ แต่ไม่อาจพิสูจน์_
_ถ้าวันหนึ่งฉันตาย ให้ถามปวีณาว่า..._
_ให้อภัยฉันได้หรือยัง"_
อารยาอ่านประโยคสุดท้ายซ้ำ
_"ให้ถามปวีณาว่า...ให้อภัยฉันได้หรือยัง"_
_ปวีณา — ป้าปุ๋ย_
_ให้อภัยเรื่องอะไร?_
_วิรัชทำอะไรกับป้าปุ๋ยที่ต้องขออภัย?_
_เรื่องเดียวกับ "บาปที่ไม่อาจอภัย" ในจดหมายถึงวิชญ์?_
เธอถ่ายรูปบันทึกทุกหน้า เก็บสมุดกลับที่เดิม ล็อคลิ้นชัก
สายฟ้าผ่าฉาดขาว สว่างวาบเข้ามาในห้อง ตามด้วยเสียงฟ้าร้องครืนสนั่นจนพื้นไม้สั่น
อารยาสะดุ้งเล็กน้อย
แล้วเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดิน
═══════════════════════════════════════════
"อ่านอะไรเจอ?"
เสียงวิชญ์ดังจากประตู เขายืนถือเทียนไขเล่มหนึ่ง แสงเทียนส่องใบหน้าครึ่งเดียว ทำให้ดวงตาเข้มมีเงาลึก
อารยาซ่อนไฟฉายไว้หลังหลัง
"ไม่มีอะไร แค่มาดูห้องทำงาน"
วิชญ์ก้าวเข้ามาในห้อง ประตูปิดลงเบาๆ ตามแรงลม
แสงเทียนวูบไหว ทอดเงาสองเงาบนผนังไม้
"คุณโกหกไม่เก่งเท่าที่คิด นักสืบ" เขาพูดเสียงเบา มุมปากยกขึ้นนิดหนึ่ง
"ฉันไม่ได้โกหก"
"ตาคุณหลบ" วิชญ์เดินเข้ามาใกล้ขึ้น วางเทียนบนโต๊ะทำงาน "ปกติตาคุณจ้องตรง ไม่กลัวใคร แต่ตอนโกหก ตาหลบไปทางซ้าย"
_เขาสังเกตเธอขนาดนั้น?_
"คุณสังเกตฉันมากไปหรือเปล่า?"
"มากเกินไป" เขาตอบ ไม่ได้ยิ้ม
เงียบ
ฝนตกหนักขึ้น เสียงน้ำไหลตามรางน้ำเก่าดังครืดๆ
วิชญ์มองไปที่โต๊ะทำงาน มือลูบผ่านพื้นผิวไม้สักเก่าช้าๆ
"ตรงนี้" เขาพูดเบา "พ่อนั่งทำงานทุกวัน ตั้งแต่ผมจำความได้ ทุกเย็นผมจะมานั่งทำการบ้านตรงนี้" เขาชี้เก้าอี้ตรงข้าม
อารยาเงียบ ฟัง
"พ่อเข้มงวด ไม่ค่อยพูดรัก แต่ทุกวันจะถามว่า 'กินข้าวหรือยัง' แค่นั้น" วิชญ์หยุดพัก ดวงตาเข้มจ้องเปลวเทียน "วันสุดท้ายที่ผมคุยกับพ่อ ทะเลาะกัน ผมโกรธ เดินออกจากห้องนี้ กระแทกประตู"
เขาหยุด เงียบนาน
"ผมไม่ได้บอกพ่อว่ารัก" เสียงเขาแผ่วลง "ตอนเช้าพ่อตาย ผมก็ยังไม่ได้บอก"
สายฟ้าผ่า แสงสว่างวาบแล้วดับ ฟ้าร้องครืนสั่น
ในแสงเทียนที่วูบไหว อารยาเห็นดวงตาเข้มของวิชญ์เปียก
ไม่ได้ร้องไห้ แต่ตาเปียก
_เขาเจ็บ_
_จริงหรือแสดง?_
_แต่... น้ำตาที่ไม่ยอมไหล ดูจริงกว่าน้ำตาที่ไหลลง_
"คนเราไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น" อารยาพูดเสียงนุ่มลง โดยไม่ตั้งใจ "พ่อคุณคงรู้อยู่แล้ว ไม่ต้องบอก"
วิชญ์มองเธอ
"พ่อคุณล่ะ?" เขาถาม
อารยาแข็งทื่อ
"ธีร์บอกผม" วิชญ์พูดเบา "ผมรู้ว่าพ่อคุณเป็นนักสืบตำรวจ และถูกฆ่าตอนคุณอายุสิบสอง"
_เขารู้เรื่องพ่อเธอ_
_ธีร์บอก? หรือเขาสืบเอง?_
"ฉันไม่ได้—"
"ไม่ต้องพูดถ้าไม่อยาก" วิชญ์ตัดบท เสียงอ่อน "แค่อยากบอกว่า... ผมเข้าใจ"
เงียบ
ฝนตก
เทียนวูบ
สองคนยืนอยู่ในห้องที่คนตาย ล้อมรอบด้วยพายุ ล้อมรอบด้วยความลับ
═══════════════════════════════════════════
"พ่อฉันถูกยิง" อารยาพูด ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูด "ในรถ ตอนกลับบ้าน เพื่อนร่วมงานที่เขาไว้ใจ ยิงข้างหลังศีรษะ"
เธอหยุด
_ทำไมถึงเล่าให้เขาฟัง?_
_เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟังนอกจากธีร์_
"คดีไม่เคยถูกเฉลย" เธอพูดต่อ เสียงเรียบแต่มือกำแน่น "นั่นคือเหตุผลที่ฉันเป็นนักสืบ เพราะไม่มีใครหาความจริงให้พ่อฉัน ฉันเลยหาความจริงให้คนอื่น"
ฝนเบาลงเล็กน้อย
วิชญ์ไม่พูดอะไร
แค่ยกมือขึ้น ลังเล แล้วแตะหลังมือเธอที่กำแน่นอยู่บนโต๊ะ
สัมผัสเบา อุ่น ไม่บังคับ
"ขอบคุณที่เล่า" เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ
อารยามองมือเขาที่แตะหลังมือเธอ นิ้วยาว ใหญ่ ผิวอุ่น มีแผลเป็นเล็กๆ ที่ฝ่ามือขวา
เธอไม่ได้ดึงมือออก
_ทำไม?_
_ทำไมปล่อยให้เขาแตะ?_
_เพราะในห้องมืดๆ กลางพายุ ในคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยคนโกหก — สัมผัสของเขาเป็นสิ่งเดียวที่รู้สึกจริง_
ฟ้าร้อง ฝนกระหน่ำหนักขึ้นอีกครั้ง เทียนวูบเกือบดับ
"พายุหนัก" อารยาพูดเสียงแหบเล็กน้อย ดึงมือออก "ควรกลับห้อง"
วิชญ์ไม่ยื้อ แค่พยักหน้า
"ราตรีสวัสดิ์ อาร์ม" เขาเรียกชื่อเล่นเธอเป็นครั้งแรก
อารยาหยุดตรงประตู
_อาร์ม — ไม่ใช่ "นักสืบ" ไม่ใช่ "ผู้ช่วยทนาย" ไม่ใช่ "คุณ"_
_อาร์ม_
"ราตรีสวัสดิ์" เธอตอบ ไม่ได้เรียกชื่อเขากลับ
เพราะถ้าเรียกชื่อเขา มันจะเปลี่ยนทุกอย่าง
═══════════════════════════════════════════
ในห้อง อารยานั่งบนเตียง ไม่เปิดโน้ตบุ๊ค ไม่จดบันทึก
แค่นั่ง
_บันทึกของวิรัช: "ถ้าวันหนึ่งฉันตาย ให้ถามปวีณาว่า...ให้อภัยฉันได้หรือยัง"_
_ปวีณา — ป้าปุ๋ย_
_วิรัชทำอะไรกับป้าปุ๋ยที่ต้องขออภัย?_
_สมพงษ์ สามีป้าปุ๋ย ตกเขาตายที่เชียงดาว — วิรัชไปด้วย_
_วิรัชเขียนว่า "พ่อทำบาปไว้มาก"_
_บาปนั้นคือ... การตายของสมพงษ์?_
_ถ้าวิรัชฆ่าสามีป้าปุ๋ย..._
_ป้าปุ๋ยมี motive ที่แข็งแกร่งที่สุดในบ้านนี้_
_แต่ป้าปุ๋ยรู้หรือไม่?_
_เธอรู้ว่าวิรัชฆ่าสามีเธอ?_
_ถ้ารู้... ยี่สิบปีของการยิ้มให้คนที่ฆ่าสามี ทำอาหารให้ ดูแลลูกหลานเขา_
_มันจะเป็นนรกแค่ไหน?_
อารยาสั่นหัว
_ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ทุกอย่างยังเป็นแค่สมมติฐาน_
_พรุ่งนี้ต้องสืบต่อ — ต้องรู้ว่าสมพงษ์ตายจริงเพราะอะไร_
เธอนอนลง ฟังเสียงฝนกระหน่ำ
แต่ไม่ใช่เสียงฝนที่ทำให้นอนไม่หลับ
เป็นเสียงทุ้มที่เรียก "อาร์ม" กังวานอยู่ในหัว
เสียงที่เล่าว่าไม่ได้บอกรักพ่อ
ดวงตาที่เปียกแต่ไม่ร้องไห้
มือที่อุ่นแตะหลังมือเธอ
_หยุด_
_เขาคือผู้ต้องสงสัย_
_แต่คืนนี้ ในแสงเทียน กลางพายุ — เขาเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่สูญเสียพ่อ_
_เหมือนเธอ_
อารยาหลับตา
ฝนตกหนักขึ้น
คฤหาสน์เรือนวิมานจมอยู่ในความมืด
และเส้นแบ่งระหว่างนักสืบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เริ่มเลือนลาง
═══════════════════════════════════════════