สวาทลับในวังหลวง
สระน้ำกลางจันทร์
ตอนฟรีตอนที่ 9: สระน้ำกลางจันทร์
──────────────────────────────────────
สิบห้าวันในพระตำหนักองค์ชายอิศวร
ความร้อนของเดือนห้าเปลี่ยนวังหลวงให้เป็นเตาอบยักษ์ กลางวันแดดแผดเผาจนกระเบื้องดินเผาบนหลังคาร้อนระอุ กลิ่นดินแห้งลอยฟุ้งในอากาศ แม้แต่จิ้งจกยังไม่ยอมออกจากซอก
จันทร์วลัยเช็ดเหงื่อที่หน้าผากด้วยหลังมือ เธอนั่งพัดข้าวต้มให้เย็นลงก่อนยกเข้าไปในห้องเสวย อากาศร้อนจนแม้แต่น้ำในตุ่มก็อุ่นเหมือนน้ำต้ม
"ร้อนจนจะตายค่ะ คุณหญิง" แก้วตาเอามือพัดหน้าตัวเอง ผมเปียกชื้นติดหน้าผาก "ทำไมปีนี้ร้อนกว่าทุกปี"
"เพราะเจ้าบ่นทุกปี" จันทร์วลัยตอบ ยิ้มเล็กน้อย
"คุณหญิงไม่ร้อนหรือคะ?"
"ร้อน แต่ข้าวต้มยังต้องหุง ผ้ายังต้องซัก สำรับยังต้องเตรียม ร้อนก็ร้อนไป"
แก้วตาทำปากจู๋ แต่ก็ลุกไปช่วยหยิบถ้วยชามออกมาจัดสำรับ
────
เย็นวันนั้น องค์ชายเสด็จกลับจากฝึกทัพตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่
จันทร์วลัยสังเกตว่าพระองค์ทรงมีพระเสโทชุ่มทั้งพระวรกาย ผ้าคาดพระอุระเปียกจนเห็นรอยสักยันต์ที่ทรวงอกเป็นเงาดำทะลุเนื้อผ้า เส้นพระเกศาเปียกแบนติดพระศอ พระพักตร์เข้มขึ้นจากแดดเผา ผิวสีน้ำผึ้งเป็นประกายเปียกวาว
เธอรีบยกน้ำดื่มมาถวาย
องค์ชายทรงรับ เสวยรวดเดียวหมดสามแก้ว
"ร้อน" พระองค์ตรัสสั้น
"เพคะ วันนี้ร้อนมาก"
"คืนนี้ข้าจะไปสรงน้ำที่สระ"
จันทร์วลัยพยักหน้า "หม่อมฉันจะเตรียมผ้าเช็ดพระวรกายไว้ที่ศาลาริมสระให้พระองค์เพคะ"
องค์ชายทรงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเสด็จเข้าพระตำหนัก
────
สระน้ำในสวนหลังพระตำหนักองค์ชายอิศวรเป็นสระที่ขุดลงไปในดิน บุก้นด้วยหินเรียบ น้ำใสจากลำธารที่ต่อเข้ามา ล้อมรอบด้วยต้นจำปาและพุ่มกุหลาบป่า มีศาลาไม้เล็กๆ ตั้งอยู่ริมสระด้านทิศเหนือ
จันทร์วลัยเดินไปจัดเตรียมผ้าเช็ดพระวรกาย ผ้านุ่งผลัดใหม่ และน้ำมันจันทน์สำหรับทาพระวรกายหลังสรง วางเรียงไว้บนม้านั่งในศาลา จุดตะเกียงน้ำมันมะพร้าวสองดวงไว้ที่เสาศาลา แสงอ่อนวาบไม่สว่างนัก แค่พอให้เห็นทาง
เสร็จแล้วเธอกลับเข้าเรือนครัว
────
สี่ทุ่มผ่านไป
จันทร์วลัยนอนบนเสื่อ พลิกตัวไปมา ร้อนจนหลับไม่ลง เหงื่อซึมผ่านผ้านุ่ง ผ้าห่มบางเหมือนไม่มีอยู่ ลมภายนอกสงบนิ่ง ไม่มีแม้แต่ลมพัดผ่าน
แก้วตานอนหลับไปนานแล้ว เสียงกรนเบาๆ สม่ำเสมอ
จันทร์วลัยลุกขึ้นนั่ง เช็ดเหงื่อที่คอ
_ร้อนจนทนไม่ไหว_
เธอนึกถึงสระน้ำ น้ำเย็นจากลำธาร
_องค์ชายคงเสด็จไปสรงแล้วกลับมานานแล้ว ตอนนี้ก็ตีสองกว่า สระคงว่าง_
_แค่เอาเท้าจุ่มน้ำสักครู่..._
เธอสวมผ้าซิ่นเรียบ พาดสไบบางคลุมไหล่ ย่องออกจากเรือนนอนอย่างเงียบที่สุด
────
ทางเดินจากเรือนครัวไปสระน้ำผ่านสวนมะลิ แสงจันทร์คืนนี้สว่างผิดปกติ พระจันทร์เต็มดวงลอยสูงเหนือยอดจำปา ทอแสงสีเงินลงมาเคลือบทุกสิ่ง ใบไม้เป็นประกายราวกับชุบเงิน ดอกมะลิที่บานตอนกลางคืนส่งกลิ่นหอมหวานจนอากาศข้นเหมือนน้ำหอม
จันทร์วลัยเดินตามทางหินเรียบ เท้าเปล่าสัมผัสหินที่ยังอุ่นจากแดดกลางวัน
เมื่อเดินเลี้ยวโค้งสุดท้ายก่อนถึงสระ เธอหยุดชะงัก
สระน้ำไม่ได้ว่าง
────
องค์ชายอิศวรประทับอยู่ในสระ
พระองค์ทรงยืนอยู่ตรงกลางสระ น้ำท่วมระดับพระโสณี แสงจันทร์เต็มดวงสาดลงมาทอดทาบพระวรกายราวกับแผ่นเงิน ไหล่กว้าง พระอุระแกร่ง กล้ามพระพาหาที่สลักขึ้นจากการฝึกรบนับสิบปีเป็นเส้นเป็นสายใต้ผิวสีน้ำผึ้ง รอยสักยันต์ที่พระปฤษฎางค์เป็นลวดลายเข้มคมชัดในแสงจันทร์ แผลเป็นที่ไหล่ซ้ายยาวเป็นเส้นเฉียงจากปลายพระอังสาลงไปถึงกลางพระปฤษฎางค์
น้ำหยดจากปลายเส้นพระเกศาที่ยาวประบ่า ไหลลงตามแนวลำพระศอ ไหลผ่านร่องกลางพระอุระ ลงไปตามแผ่นพระนาภีที่กระชับแบนราบ
พระองค์ทรงวักน้ำขึ้นสรงพระพักตร์ น้ำกระเซ็นเป็นฝอยเงินรอบพระเศียร
จันทร์วลัยหยุดหายใจ
เท้าเธอเหยียบกิ่งไม้แห้ง
กร๊อบ
────
องค์ชายทรงหันพระพักตร์มาทันที สายพระเนตรสีดำเข้มเฉียบคมราวกับดาบที่ชักออกจากฝัก
จันทร์วลัยแข็งค้าง ร่างกายเธอต้องการวิ่งหนี แต่เท้าไม่ยอมขยับ
"จันทร์วลัย" พระสุรเสียงดังข้ามผืนน้ำ ไม่ได้ดุ แต่ก็ไม่ได้อ่อนโยน "เจ้ามาทำอะไร"
"หม่อม... หม่อมฉัน..." เธอตะกุกตะกัก มือกุมสไบแน่นจนข้อนิ้วขาว "ร้อนจนนอนไม่หลับ คิดว่า... คิดว่าพระองค์เสด็จกลับแล้ว หม่อมฉันแค่อยากมาแช่เท้า"
"แช่เท้า?"
"เพ... เพคะ"
พระองค์ทรงจ้องเธอ แสงจันทร์ส่องพระพักตร์ เธอเห็นมุมพระโอษฐ์ขยับเล็กน้อย ไม่ใช่ยิ้ม แต่เกือบจะเป็น
"แล้วทำไมยืนอยู่ตรงนั้น?"
"เพราะ... เพราะพระองค์ยังทรง..."
"ยังทรงอะไร?"
"ยังทรงสรงน้ำอยู่!" จันทร์วลัยเบือนพระพักตร์ หันหน้าไปทางอื่น "หม่อมฉันขอโทษเพคะ หม่อมฉันจะกลับ"
"หยุด"
คำเดียว แต่เท้าของจันทร์วลัยหยุดนิ่งทันทีเหมือนมีโซ่ล่ามไว้
"เจ้ามาแอบดูข้า?"
"ไม่ได้แอบดู!" เธอหันกลับมา ลืมตัวว่าควรก้มหน้า สบพระเนตรเต็มตา "หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ หม่อมฉันไม่รู้ว่าพระองค์ยังอยู่ที่นี่!"
"แต่เจ้าเห็นแล้ว"
จันทร์วลัยกลืนน้ำลาย ใบหน้าร้อนผ่าวจนเธอรู้ว่าต้องแดงก่ำไปถึงปลายหู
"หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่ได้เห็นอะไร"
"โกหก"
"ไม่ได้โกหก!"
"เจ้ายืนมองข้าตั้งนาน ก่อนจะเหยียบกิ่งไม้"
คำนั้นทำให้จันทร์วลัยอ้าปากค้าง
_พระองค์ทรงรู้ตั้งแต่ข้ามาถึง?!_
────
องค์ชายทรงเดินฝ่าน้ำเข้ามาใกล้ขอบสระ น้ำลดจากระดับพระโสณีลงเหลือแค่กลางพระเพลา เผยให้เห็นแผ่นพระนาภีที่แกร่งและร่องกล้ามเนื้อเฉียงที่ลาดลงไปใต้เส้นน้ำ
จันทร์วลัยบังคับสายตาให้มองพระพักตร์ ห้ามมองลงต่ำกว่านั้น
"เจ้าบอกว่าจะมาแช่เท้า" พระองค์ตรัส ทรงยืนอยู่ห่างจากขอบสระแค่สองศอก "แช่สิ"
"อะ... อะไรนะเพคะ?"
"แช่เท้า" พระองค์ตรัสซ้ำ เสียงเรียบราวกับกำลังบอกให้หยิบถ้วยน้ำ "เจ้าบอกว่าร้อน น้ำเย็นดี"
"แต่พระองค์ยัง..."
"ข้าสรงน้ำยังไม่เสร็จ เจ้าจะแช่เท้าก็แช่ สระกว้างพอ"
จันทร์วลัยยืนตะลึง ไม่แน่ใจว่าพระองค์ทรงล้อเล่นหรือตรัสจริง แต่สายพระเนตรสีดำเข้มที่จ้องเธออยู่ไม่มีแววล้อเล่น มีแต่แสงที่เธอยังตีความไม่ออก
"หม่อมฉันไม่กล้า..."
"เจ้ากล้าเถียนข้าตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน กล้ามองข้าสรงน้ำตั้งนาน แต่ไม่กล้าแช่เท้า?"
"นั่นมันคนละเรื่อง!"
"เรื่องเดียวกัน" พระองค์เอื้อมพระหัตถ์ออกมา ฝ่าพระหัตถ์ใหญ่ หยาดน้ำยังเกาะเป็นเม็ดวาวบนผิว "ลงมา"
จันทร์วลัยมองพระหัตถ์ที่ยื่นออกมา
แสงจันทร์ทำให้หยดน้ำบนข้อพระหัตถ์เป็นประกายราวกับเพชร
เธอไม่รู้ว่าตัวเองเอื้อมมือไปจับตอนไหน
แต่เมื่อรู้ตัว ฝ่ามือเธอวางอยู่ในฝ่าพระหัตถ์ที่อุ่นและเปียกชื้นแล้ว
────
จันทร์วลัยนั่งลงที่ขอบสระ ม้วนชายผ้าซิ่นขึ้นเหนือเข่า ค่อยๆ หย่อนเท้าลงในน้ำ
เย็น
เย็นจนเธอถอนหายใจออกมาเบาๆ โดยไม่ตั้งใจ
"เย็นดีใช่ไหม?" พระองค์ตรัส ยังทรงยืนอยู่ในน้ำห่างจากเธอไม่กี่ศอก
"เพคะ เย็นมาก" เธอตอบ พยายามไม่มองพระองค์ จ้องมองน้ำที่เท้าเธอกวนให้เป็นวง
แสงจันทร์สะท้อนบนผิวน้ำเป็นเกล็ดเงินพลิ้วไหว สีน้ำดำเข้มในยามค่ำ แต่มีความใสอยู่ข้างใต้ เห็นก้อนหินก้นสระเป็นเงาราง
"จันทร์วลัย"
"เพคะ?"
"เจ้ากลัวข้า?"
คำถามนั้นทำให้เธอเงยหน้าขึ้น พระองค์ทรงยืนอยู่ในแสงจันทร์ หยดน้ำเกาะตามพระวรกาย สายพระเนตรจับจ้องเธอนิ่ง ไม่ได้ดุร้าย แต่มีอะไรบางอย่างที่เข้มข้นจนเธอรู้สึกเหมือนถูกมัด
"ตอนแรก... กลัว" เธอตอบตามตรง "แต่ตอนนี้..."
"ตอนนี้?"
"ไม่กลัว แต่..." เธอเลือกคำ "ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร"
"ไม่รู้สึกอย่างไรกับอะไร?"
"กับพระองค์" คำหลุดออกมาก่อนที่เธอจะทันคิด
ความเงียบ
น้ำกระเพื่อมเบาๆ
จันทร์วลัยกัดริมฝีปาก รู้สึกว่าตัวเองพูดมากเกินไป
"หม่อมฉันหมายความว่า—"
"ข้ารู้ว่าเจ้าหมายความว่าอะไร" พระองค์ตรัส เสียงต่ำลง
พระองค์ทรงเดินเข้ามาใกล้ น้ำกระเพื่อมรอบพระวรกาย แต่ละก้าวช้าและหนัก ราวกับทรงบังคับพระองค์เองให้ไม่เดินเร็วกว่านี้
จันทร์วลัยรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นทุกก้าวที่พระองค์เข้าใกล้
"พระ... พระองค์ค่ะ—"
พระหัตถ์เอื้อมมา จับข้อมือเธอ
ร้อน แม้เพิ่งสรงน้ำเย็น ผิวพระหัตถ์ร้อนราวกับมีไฟอยู่ข้างใน
แล้วทรงดึง
────
จันทร์วลัยร้อง "อา!" สั้นๆ ก่อนที่ร่างเธอจะตกลงในสระ
น้ำเย็นซ่านเข้ามาทั่วร่าง ผ้าซิ่นเปียกหนักหุ้มรอบขา สไบบางเปียกโชก เธอกระพือน้ำลุกขึ้น กระพือแขนหาที่เกาะ
"พระองค์!" เธอเรียก น้ำท่วมถึงอกเธอ "ทำไมดึงหม่อมฉันลงมา!"
"เจ้าบอกว่าร้อน" พระองค์ตรัส เสียงมีแววขบขันที่จันทร์วลัยไม่เคยได้ยินมาก่อน "ตอนนี้ยังร้อนอยู่ไหม?"
"หม่อมฉันบอกว่าจะแช่เท้า ไม่ได้บอกว่าจะลงน้ำทั้งตัว!"
"ข้าเปลี่ยนใจให้"
จันทร์วลัยจ้องพระพักตร์ ฉุน น้ำหยดจากผมที่เปียกลงมาตามใบหน้า ริมฝีปากเม้มแน่น
แล้วเธอเห็นบางอย่างที่ไม่เคยเห็น
องค์ชายอิศวร ทรงยิ้ม
ไม่ใช่ยิ้มมุมพระโอษฐ์ ไม่ใช่ยิ้มแห้ง ไม่ใช่ยิ้มเย็นชา
เป็นยิ้มจริงๆ
มุมพระโอษฐ์ทั้งสองข้างยกขึ้น สายพระเนตรที่เคยเย็นราวกับหินอ่อนมีแสงอุ่นวาบขึ้นมาจากข้างใน เหมือนแสงเทียนที่จุดขึ้นในห้องมืด ริ้วรอยที่มุมพระเนตรจากการยิ้มทำให้พระพักตร์ที่เคยดูน่าเกรงกลัวกลายเป็นพระพักตร์ของชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดที่หล่อจนหายใจไม่ออก
จันทร์วลัยลืมฉุน
"พระ... พระองค์ยิ้ม" เธอพูดโดยไม่ทันคิด
รอยยิ้มจางลงเล็กน้อย แต่ไม่หายไป "ข้ายิ้มได้"
"หม่อมฉันไม่เคยเห็น"
"ไม่ค่อยมีเรื่องให้ยิ้ม"
"แล้ววันนี้..."
"วันนี้มีคนมาแอบดูข้าสรงน้ำ" พระองค์ตรัส "น่าขบขันดี"
"หม่อมฉันไม่ได้แอบดู!" จันทร์วลัยเสียงแหลมขึ้น กระพือน้ำใส่พระองค์โดยไม่ทันคิด
น้ำกระเด็นใส่พระพักตร์
────
ทั้งสองเงียบ
จันทร์วลัยตกใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งทำ เธอเพิ่งสาดน้ำใส่พระพักตร์ขององค์ชาย
_ตาย ตายแล้ว_
"พระองค์ค่ะ หม่อมฉัน—"
น้ำกระเด็นใส่หน้าเธอ
องค์ชายทรงวักน้ำสาดกลับ
จันทร์วลัยกระพริบตา น้ำหยดจากขนตา
พระองค์ทรงยิ้มอีกครั้ง คราวนี้กว้างกว่าเดิม
"เจ้าเริ่มก่อน" พระองค์ตรัส
จันทร์วลัยอ้าปาก จะเถียง แต่เสียงหัวเราะหลุดออกมาก่อน
เสียงหัวเราะของเธอดังกังวานในความเงียบของยามค่ำ ล่องลอยขึ้นไปปะทะแสงจันทร์
เป็นครั้งแรกที่เธอหัวเราะอย่างแท้จริงนับตั้งแต่เข้าวัง
────
ทั้งสองเงียบลง
จันทร์วลัยรู้ตัวว่ายืนอยู่ในสระ น้ำท่วมถึงอก ห่างจากองค์ชายเพียงหนึ่งช่วงแขน ผ้าซิ่นเปียกแนบร่างเธอทุกส่วน สไบบางเปียกจนโปร่งใส ผ้าไม่ได้ปิดบังอะไรอีกแล้ว
เธอรู้สึกว่าตัวเองแทบจะเปลือยเปล่าในสายพระเนตรที่จ้องเธอ
สายพระเนตรนั้นเปลี่ยน จากแววขบขันเมื่อครู่ เป็นบางอย่างที่เข้มข้นขึ้น ลึกขึ้น ราวกับเปลวไฟที่คุกรุ่นอยู่ใต้น้ำแข็ง
จันทร์วลัยรู้สึกร้อนขึ้น ทั้งที่ยืนอยู่ในน้ำเย็น
"พระ... พระองค์ค่ะ" เธอเอ่ย เสียงแผ่วลง "หม่อมฉันควรกลับ"
"ทำไม?"
"เพราะ... ไม่สมควร"
"อะไรไม่สมควร?"
"หม่อมฉันอยู่ในสระกับพระองค์สองต่อสอง ตอนกลางดึก ไม่..."
"เจ้ากลัวว่าข้าจะทำอะไรเจ้า?"
"ไม่ใช่" เธอตอบเร็วเกินไป "หม่อมฉันไม่ได้กลัวพระองค์"
"แล้วกลัวอะไร?"
_กลัวตัวเอง_
คำตอบนั้นอยู่ในหัวแต่ไม่หลุดออกมา
องค์ชายทรงเดินเข้ามาอีกก้าว น้ำกระเพื่อมซัดมากระทบทรวงอกเธอ พระองค์สูงกว่าเธอมาก น้ำที่ท่วมอกเธอแค่ท่วมพระนาภีของพระองค์ พระวรกายส่วนบนเปลือยเปล่า เปียกวาว กลิ่นจันทน์จากผิวพระวรกายผสมกับกลิ่นน้ำสะอาดลอยมา
"จันทร์วลัย"
"เพ... เพคะ"
พระหัตถ์ยกขึ้น ปลายพระอังคุฏฐ์แตะที่แก้มเธอ
สัมผัสนั้นเบา เบามากจนเหมือนปีกผีเสื้อ แต่จันทร์วลัยรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า ผิวกายเธอขนลุกซ่านจากจุดที่ถูกสัมผัสแผ่ลามไปทั้งร่าง
"เจ้ามีน้ำติดแก้ม" พระองค์ตรัสเบา
"พระ... พระองค์ก็ทรงมีเช่นกัน" เธอพูดเสียงสั่น "เพราะเราอยู่ในน้ำ"
มุมพระโอษฐ์ยกขึ้นอีกครั้ง "ฉลาด"
พระอังคุฏฐ์ไม่ได้ถอนออก กลับลูบช้าๆ จากแก้มลงมาตามแนวกราม ผ่านปลายคาง แตะริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ
จันทร์วลัยหายใจหยุด
"พระองค์..." เธอกระซิบ ริมฝีปากขยับกับปลายพระอังคุฏฐ์ที่วางอยู่ตรงนั้น
"บอกข้าให้หยุด" พระองค์ตรัส เสียงต่ำลงจนเป็นเสียงครางในลำพระศอ "แล้วข้าจะหยุด"
จันทร์วลัยมองเข้าไปในสายพระเนตร
สีดำเข้ม ลึก เหมือนสระน้ำในยามค่ำที่ไม่เห็นก้น แต่ในความมืดนั้นมีแสง แสงจันทร์สะท้อนเป็นจุดเล็กจุดเดียว สว่างราวกับดาว
เธอไม่พูด
เพราะเธอไม่ต้องการให้หยุด
────
พระหัตถ์เลื่อนจากริมฝีปากไปสอดเข้าในเส้นผมเปียกที่ตกลงมาข้างใบหน้า ทรงสอดผมไปเหน็บหลังใบหูเธออย่างระมัดระวัง ปลายพระอังคุลีลูบผ่านขอบใบหูเธอ
จันทร์วลัยสั่น ไม่ใช่เพราะน้ำเย็น
"เจ้ารู้ไหม" พระองค์ตรัสเบา พระพักตร์ใกล้เข้ามาจนลมพระทัยแตะผิวหน้าเธอ "ตั้งแต่วันที่เจ้าเข้ามาในพระตำหนักนี้ ข้าไม่เคยนอนหลับสนิท"
"ทำ... ทำไมเพคะ?"
"เพราะข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ห่างแค่ไม่กี่ห้อง" สายพระเนตรเลื่อนลงมาที่ริมฝีปากเธอ "และข้าต้องบังคับตัวเองทุกคืน ไม่ให้เดินไปหาเจ้า"
หัวใจจันทร์วลัยเต้นแรงจนเธอกลัวว่าพระองค์จะได้ยิน
"พระองค์ค่ะ..."
"ข้ารู้ว่าไม่ควร" พระองค์ตรัสต่อ พระหัตถ์อีกข้างเลื่อนมาจับที่เอวเธอใต้น้ำ สัมผัสผ่านผ้าเปียก ร้อนราวกับเหล็กเผาไฟ "เจ้าอยู่ในความดูแลของข้า ข้าไม่ควร"
"แต่พระองค์..."
"แต่ข้าเป็นแค่คน จันทร์วลัย" พระสุรเสียงแหบต่ำ "ไม่ใช่พระพุทธรูป"
และพระองค์ก้มพระพักตร์ลงมา
────
ริมพระโอษฐ์แตะริมฝีปากเธอ
ไม่เหมือนจูบแรกในเรือนรับรอง ที่เป็นการลองใจ เป็นคำถาม
คราวนี้เป็นคำตอบ
ริมพระโอษฐ์อุ่นร้อน นุ่ม กดลงบนริมฝีปากเธอแน่นขึ้นทีละน้อย ทรงจูบช้าๆ ราวกับกำลังลิ้มรสทุกส่วนของริมฝีปากเธอ มุมซ้าย มุมขวา ริมฝีปากบน ริมฝีปากล่าง
จันทร์วลัยหลับตา มือเธอเกาะพระพาหาโดยไม่รู้ตัว นิ้วจับกล้ามเนื้อแน่นแกร่งที่เปียกลื่นใต้ฝ่ามือ
พระหัตถ์ที่จับเอวเธอรัดแน่นขึ้น ดึงเธอเข้าใกล้จนทรวงอกเธอชิดพระอุระ ผ้าเปียกบางเฉียบไม่ได้กั้นอะไร เธอรู้สึกความแข็งแกร่งของพระอุระผ่านผ้า รู้สึกความร้อนของผิวพระวรกายที่ซึมเข้ามาแม้ในน้ำเย็น
ทรงจูบลึกขึ้น
จันทร์วลัยครางเบาๆ ในลำคอ เสียงหลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ เธอสะดุ้ง อาย
องค์ชายทรงหยุดจูบ แยกพระโอษฐ์ออกเล็กน้อย แต่ยังอยู่ใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน
"ร้อง" พระองค์กระซิบ ลมพระทัยร้อนแตะผิวหน้าเธอ "อย่ากลั้น"
"หม่อมฉัน... อาย"
"ไม่มีใครได้ยิน มีแต่ข้ากับจันทร์ กับดาว"
ทรงจูบอีกครั้ง คราวนี้ลึกกว่าเดิม พระชิวหาแตะริมฝีปากเธอ ขอให้เปิด
จันทร์วลัยเปิดรับ
ร่างเธอสั่นในอ้อมพระกร
────
น้ำในสระกระเพื่อมรอบร่างทั้งสอง แสงจันทร์หักเหเป็นริ้วเงินบนผิวน้ำ เสียงน้ำกระทบขอบสระแผ่วเบา จังหวะช้าๆ ตามจังหวะที่ร่างสองร่างขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น
พระหัตถ์ลูบลงจากเอวไปตามแนวสะโพกเธอ สัมผัสผ่านผ้าเปียกที่บางจนเหมือนไม่มี นิ้วพระหัตถ์กดเบาๆ บนเนื้อนุ่มของเธอ ราวกับทรงจดจำรูปทรงของเธอผ่านปลายพระอังคุลี
จันทร์วลัยหายใจหอบ มือเกาะพระพาหาแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อแกร่งโดยไม่รู้ตัว
องค์ชายทรงครางต่ำในลำพระศอ เสียงนั้นทำให้ท้องน้อยของจันทร์วลัยเกร็ง รู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ร้อนผ่าว เหมือนมีน้ำร้อนไหลอยู่ข้างในร่างกาย
ริมพระโอษฐ์เลื่อนจากริมฝีปากเธอลงมาตามแนวกราม จูบที่ใต้หู จูบที่ลำคอ จูบที่ร่องไหปลาร้า ตรงจุดที่เส้นเลือดเต้นแรง
"อ..." จันทร์วลัยเอียงคอ ไม่ได้ตั้งใจ ร่างกายเธอตอบรับเอง
พระหัตถ์ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาจากเอว ลูบแผ่นหลังเธอผ่านผ้าสไบเปียก ลูบตามแนวกระดูกสันหลังขึ้นไปจนถึงต้นคอ แล้วสอดเข้าไปในผม ดึงผมเปียกของเธอเบาๆ ให้เธอเงยหน้า
"เจ้างามนัก" พระองค์กระซิบที่คอเธอ ริมพระโอษฐ์ลากผ่านผิวเธอทุกพยางค์ "ในแสงจันทร์..."
"พระองค์ค่ะ..." จันทร์วลัยกระซิบ เสียงสั่นระริก "หม่อมฉัน... ทนไม่ไหว..."
"ทนอะไร?"
"ทน... ทนสิ่งที่รู้สึก"
องค์ชายทรงยกพระพักตร์ขึ้น มองเธอ
แสงจันทร์ส่องพระพักตร์ พระเนตรสีดำเข้มเป็นประกาย ริมพระโอษฐ์เปียกจากน้ำและจากรอยจูบ
"เจ้ารู้สึกอะไร?" พระองค์ถาม เสียงแหบ
จันทร์วลัยกลืนน้ำลาย "รู้สึก... เหมือนน้ำในสระเย็น แต่ร่างกายหม่อมฉันร้อน"
"ร้อนตรงไหน?"
"ทุก... ทุกที่ที่พระองค์สัมผัส"
พระองค์ทรงกัดริมพระโอษฐ์ เส้นเอ็นที่ลำพระศอขึ้นเป็นเส้นตึง ราวกับทรงบังคับพระองค์เองอย่างหนัก
"เจ้ากำลังทำให้ข้าบังคับตัวเองไม่ได้" พระองค์ตรัส เสียงต่ำจนเป็นเสียงครุ่น
"หม่อมฉัน... ไม่ได้ตั้งใจ"
"ข้ารู้ นั่นแหละที่ทำให้มันแย่กว่า"
────
พระองค์ทรงดึงเธอเข้ามาแนบชิด ทรวงอกชิดพระอุระไม่เหลือช่องว่าง เธอรู้สึกจังหวะพระหฤทัยที่เต้นแรงผ่านผ้าเปียก เร็วกว่าปกติ ไม่นิ่งเหมือนที่พระองค์ทรงแสดงออก
_พระองค์ก็ทรงไม่นิ่งเหมือนกัน_
ความรู้นั้นทำให้เธอกล้ากว่าที่เคย
มือเธอเลื่อนจากพระพาหาขึ้นไปวางบนพระอุระ ฝ่ามือสัมผัสผิวเปลือยที่ร้อนระอุ รู้สึกกล้ามเนื้อแกร่งใต้ฝ่ามือ รู้สึกหัวใจพระองค์เต้นตุบตุบแรงใต้ซี่พระปัญชร
องค์ชายทรงสูดลมพระทัยเข้าลึก หน้าอกพระองค์ยกขึ้นใต้มือเธอ
"จันทร์วลัย" พระสุรเสียงเตือน แต่มีความต้องการซ่อนอยู่ในทุกพยางค์
"เพคะ?"
"ถ้าเจ้าสัมผัสข้าแบบนั้น..." พระองค์จับมือเธอกดแน่นลงบนพระอุระ "ข้าจะหยุดไม่ได้"
จันทร์วลัยไม่ถอนมือ
"แล้วถ้าหม่อมฉันไม่อยากให้หยุดล่ะเพคะ?"
ลมพระทัยขององค์ชายหยุดไปชั่วขณะ
แล้วพระองค์ทรงจูบเธออีกครั้ง
────
คราวนี้ไม่ได้จูบเบาอีกแล้ว
ทรงจูบหนัก ลึก ร้อน พระหัตถ์ข้างหนึ่งรั้งเอวเธอแน่น อีกข้างจับท้ายทอยเธอ นิ้วพระหัตถ์สอดเข้าในผมเปียก
จันทร์วลัยเกาะพระอุระ ตอบรับจูบ ร่างเล็กของเธอแนบชิดพระวรกาย น้ำในสระกระเพื่อมรอบเอว
ริมพระโอษฐ์เลื่อนลง จูบคาง จูบลำคอ จูบที่ร่องไหปลาร้า
พระหัตถ์ที่รั้งเอวเลื่อนขึ้นช้าๆ ผ่านแผ่นหลัง ผ่านสันกระดูก สัมผัสผิวเปลือยที่สไบหลุดจากไหล่
จันทร์วลัยหายใจหอบ เล็บจิกพระอุระ
"พระองค์..." เธอครางเบา
พระองค์ทรงหยุด
ทรงยกพระพักตร์ขึ้น มองเธอ
ในสายพระเนตรมีไฟ แต่ในไฟนั้นมีความยับยั้งชั่งใจ
"ยังไม่ถึงเวลา" พระองค์ตรัส เสียงแหบราวกับทรงบังคับทุกคำให้หลุดออกมา
จันทร์วลัยมองพระองค์ ไม่แน่ใจว่ารู้สึกโล่งใจหรือผิดหวัง
"ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการ" พระองค์ตรัสต่อ ราวกับอ่านใจเธอออก "ข้าต้องการ ข้าต้องการมากจนทุกเส้นเลือดในตัวข้าร้องบอกให้ไม่หยุด"
"แล้วทำไม..."
"เพราะข้าไม่อยากให้เจ้ามาอยู่ในอ้อมแขนข้า เพราะข้าเป็นองค์ชาย" ทรงจับคางเธอ ยกหน้าเธอขึ้น "ข้าอยากให้เจ้ามาเพราะเจ้าเลือกข้า"
น้ำตาซ่านขึ้นมาในดวงตาจันทร์วลัยโดยไม่ทันตั้งตัว
"เจ้าร้องไห้ทำไม?" พระองค์ถาม เสียงอ่อนลง
"เพราะ..." เธอกลืนน้ำตา "ไม่มีใครเคยพูดกับหม่อมฉันแบบนี้"
พระองค์ทรงเช็ดน้ำตาที่แก้มเธอด้วยพระอังคุฏฐ์ ทั้งที่ทั้งสองเปียกทั้งตัว การเช็ดน้ำตาในสระน้ำดูไร้ประโยชน์ที่สุด แต่กลับเป็นสิ่งที่อ่อนโยนที่สุดที่จันทร์วลัยเคยรู้สึก
"ข้าไม่ใช่คนดี จันทร์วลัย" พระองค์ตรัสเบา "แต่กับเจ้า... ข้าอยากเป็น"
────
พระองค์ทรงอุ้มเธอขึ้นจากสระ
อุ้มจริงๆ พระพาหาสอดใต้เข่าเธอ อีกข้างรองหลัง ยกเธอขึ้นจากน้ำราวกับเธอเบาเหมือนดอกมะลิ น้ำไหลรินจากตัวทั้งสอง กระเซ็นลงพื้นหิน
จันทร์วลัยสะดุ้ง มือเกาะพระศอ "พระองค์ค่ะ หม่อมฉันเดินเองได้"
"ข้ารู้" พระองค์ไม่วางเธอลง ทรงเดินไปที่ศาลาริมสระ วางเธอลงบนม้านั่ง หยิบผ้าเช็ดตัวที่เธอเตรียมไว้ คลี่ออก แล้วพันรอบไหล่เธอ
พระองค์ทรงห่มผ้าให้เธออย่างทะนุถนอม ดึงชายผ้ามาซุกไว้ที่หน้าอก เหมือนห่มผ้าให้เด็ก
จันทร์วลัยนั่งนิ่ง มองพระองค์ที่ทรงยืนตรงหน้า พระวรกายเปลือยท่อนบน เปียกโชก แสงจันทร์ทำให้หยดน้ำบนพระอุระเป็นประกายราวกับอัญมณี
"พระองค์ล่ะเพคะ? ไม่ทรงเช็ดพระวรกายหรือ?"
"เจ้าเตรียมผ้าไว้ผืนเดียว" พระองค์ตรัส ไม่ได้ตำหนิ แค่บอก
"เพราะหม่อมฉันไม่ได้คิดว่าจะต้องใช้ผ้าด้วย"
"ข้าจะแห้งเอง"
"พระองค์จะทรงเป็นหวัด"
"ข้าไม่เคยป่วย"
"ทุกคนที่บอกว่าไม่เคยป่วย สุดท้ายก็ป่วย"
มุมพระโอษฐ์ขยับ "เจ้ากำลังเถียนข้า"
"หม่อมฉันกำลังห่วงพระองค์ ไม่ได้เถียน"
"เหมือนกัน"
"ไม่เหมือน!"
────
จันทร์วลัยถอดผ้าที่ห่มอยู่ออก ยื่นให้พระองค์ "ทรงใช้ก่อนเพคะ หม่อมฉันร้อนอยู่แล้ว"
"เจ้าบอกว่าร้อนจนนอนไม่หลับ ตอนนี้ก็ยังตัวสั่นอยู่"
จริงด้วย เธอสังเกตว่าตัวเองสั่น แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเย็นหรือเพราะอะไร
"มานี่" พระองค์ตรัส นั่งลงข้างเธอ หยิบผ้าผืนนั้นมาคลี่ แล้วคลุมรอบไหล่ทั้งสองคน ผ้าผืนเดียว คนสองคน ไม่กว้างพอ ไหล่ทั้งสองต้องชิดกัน
จันทร์วลัยรู้สึกไหล่เปลือยของเธอแนบพระพาหาเปลือยของพระองค์ ผิวสัมผัสผิว ร้อนสัมผัสเย็น
"นี่ไม่ได้ช่วยให้หม่อมฉันหยุดสั่นเลยเพคะ" เธอพึมพำ
"รู้" พระองค์ตรัส ไม่ได้ขยับออก
จันทร์วลัยไม่ได้ขยับออกเช่นกัน
────
ทั้งสองนั่งเงียบ
แสงจันทร์ทอดลงบนสระน้ำ ผิวน้ำนิ่งสนิทอีกครั้ง สะท้อนดวงจันทร์ทั้งดวงราวกับกระจก ต้นจำปาส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นมะลิจากสวน จิ้งหรีดร้องระงม
"พระองค์ค่ะ"
"อะไร?"
"ขุนเดชที่มาวันก่อน... องค์ชายพี่จะส่งคนมาอีกไหมเพคะ?"
"จะ" พระองค์ตอบตรงๆ "องค์ชายพี่ไม่เคยยอมแพ้ง่าย"
"แล้วหม่อมฉันควรทำอย่างไร?"
"เจ้าทำดีแล้ว ปฏิเสธ อย่ารับอะไรจากพระองค์ อย่าพูดคุยกับคนของพระองค์" ทรงหยุด "และถ้ามีอะไร... มาบอกข้า"
"เพคะ"
ความเงียบอีกครั้ง
"พระองค์ค่ะ"
"อะไรอีก?"
"ที่พระองค์ตรัสเมื่อกี้..."
"ข้าพูดหลายอย่าง"
"ที่ว่า... อยากให้หม่อมฉันเลือกพระองค์"
องค์ชายทรงนิ่ง
"หม่อมฉันจะเลือกได้จริงหรือเพคะ? หม่อมฉันเป็นแค่นางสนม พระองค์เป็นองค์ชาย หม่อมฉันจะ 'เลือก' อะไรได้?"
"เจ้าเลือกได้เสมอ" พระองค์ตรัส "เจ้าเลือกปฏิเสธองค์ชายพี่ ทั้งที่พระองค์เสนอล้างมลทินให้พ่อเจ้า นั่นคือการเลือก"
"หม่อมฉันปฏิเสธเพราะไม่ไว้ใจ"
"แต่เจ้าเลือก" พระองค์หันพระพักตร์มามองเธอ "ในวังหลวงนี้ คนส่วนใหญ่ไม่มีทางเลือก แต่เจ้ามี เพราะเจ้ากล้าพอที่จะเลือก"
จันทร์วลัยมองพระองค์ แสงจันทร์ทำให้พระเนตรเป็นประกายราวกับนิลดำ
"หม่อมฉัน..." เธอกลืนน้ำลาย "ยังไม่พร้อมจะบอกว่าเลือกอะไร"
"ข้าไม่ได้เร่ง"
"แต่พระองค์จะรอหรือเพคะ?"
"ข้ารอได้" พระองค์ตรัส ทรงหันกลับไปมองดวงจันทร์ "ข้าเป็นแม่ทัพ ข้ารอได้เป็นปี ถ้ารู้ว่าสิ่งที่รอนั้นคุ้มค่า"
ลมพัดมาเบาๆ พาเอากลิ่นมะลิลอยผ่าน
จันทร์วลัยเอนศีรษะลงพิงพระพาหาเบาๆ โดยไม่ทันคิด
รู้ตัวอีกที ก็ทำไปแล้ว
เธอจะถอยออก
แต่พระหัตถ์ใต้ผ้ายกขึ้น วางบนศีรษะเธอ ลูบผมเปียกของเธอเบาๆ
"นอนสิ" พระองค์ตรัสเบา
"หม่อมฉันจะนอนที่นี่ไม่ได้"
"ไม่ได้บอกให้นอน บอกว่านอนตา"
"เหมือนกัน"
"ไม่เหมือน"
จันทร์วลัยอมยิ้ม หลับตา
ศีรษะของเธอพิงพระพาหาแกร่งที่อบอุ่น ลมเย็นพัดจากสระ กลิ่นจันทน์จากผิวพระวรกายลอยมาอ่อนๆ ผสมกลิ่นน้ำสะอาดและกลิ่นมะลิ
เสียงจิ้งหรีด เสียงลมพัดใบไม้ เสียงน้ำกระทบขอบสระเบาๆ
และจังหวะพระหฤทัยที่เต้นช้าสม่ำเสมอ ส่งผ่านมาทางผิวที่สัมผัสกัน
จันทร์วลัยไม่ได้หลับ
แต่เธอหลับตา
เพราะเธอต้องการจดจำทุกอย่างในค่ำคืนนี้
กลิ่น เสียง สัมผัส แสงจันทร์
และความรู้สึกที่เธอยังไม่กล้าเรียกชื่อ
แต่มันอยู่ตรงนั้น
ตรงที่หัวใจเธอเต้นแรงกว่าปกติ
ตรงที่ริมฝีปากเธอยังร้อนจากรอยจูบ
ตรงที่ไหล่เธอพิงพระพาหา ไม่ยอมถอย
────
ก่อนรุ่งสาง องค์ชายทรงพาเธอกลับเรือนนอน
ทรงเดินนำ ไม่ได้จับมือ ไม่ได้อุ้ม แค่เดินข้างกัน ไหล่เกือบชิดกัน เงาของทั้งสองทอดยาวบนทางเดินหิน เงาหนึ่งใหญ่ เงาหนึ่งเล็ก แต่เดินไปพร้อมกัน
ที่หน้าประตูเรือนนอน พระองค์หยุด
"พรุ่งนี้ ข้าจะฝึกทัพตั้งแต่เช้า กลับเย็น"
"หม่อมฉันจะเตรียมสำรับรอพระองค์เพคะ"
"สามชาม?"
จันทร์วลัยยิ้ม "เพคะ สามชาม"
พระองค์ทรงมองเธออีกครู่ แสงจันทร์ที่เริ่มจางลงทำให้พระพักตร์เป็นเพียงเงาเข้มตัดกับท้องฟ้าสีคราม
"จันทร์วลัย"
"เพคะ?"
"คืนนี้ ข้าจะนอนหลับสนิท"
พระองค์หมุนพระวรกาย เสด็จกลับพระตำหนัก ไม่หันกลับมา
จันทร์วลัยยืนมองจนพระองค์ลับตา
เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก
ยังร้อน
ยังรู้สึกถึงริมพระโอษฐ์
ยังได้กลิ่นจันทน์
เธอยิ้ม แล้วเข้าเรือนนอน
────
แก้วตาพลิกตัว งัวเงีย
"คุณหญิง... ไปไหนมาคะ?"
"ไปแช่เท้า"
"แล้วทำไมเปียกทั้งตัว?"
"...ลื่น"
"ลื่นแล้วตกน้ำ?"
"นอนเถอะ แก้วตา"
แก้วตาจ้องหน้าจันทร์วลัยสักครู่ แม้ในความมืดก็เห็นว่าเธอยิ้ม
"คุณหญิง"
"อะไร?"
"คุณหญิงยิ้มตั้งแต่กลับมา"
"ข้ายิ้มเพราะน้ำเย็นสดชื่น"
"น้ำเย็นทำให้ยิ้มขนาดนี้ได้ด้วยหรือคะ?"
"นอนเถอะ!"
แก้วตาอมยิ้ม พลิกตัว ดึงผ้าห่มคลุมหัว
"คุณหญิงค่ะ"
"อะไรอีก?"
"กลิ่นจันทน์ค่ะ คุณหญิงมีกลิ่นจันทน์ติดตัวมาด้วย"
"............"
"ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณหญิง"
────
จันทร์วลัยนอนบนเสื่อ ดึงผ้าห่มคลุม
เธอยกมือขึ้น ยังรู้สึกถึงสัมผัสของพระอุระแกร่งใต้ฝ่ามือ
ยังรู้สึกถึงความร้อนของริมพระโอษฐ์บนริมฝีปาก
ยังรู้สึกถึงพระหัตถ์ที่รั้งเอวเธอไว้ในน้ำ ไม่ยอมปล่อย
_"ข้าอยากให้เจ้ามาเพราะเจ้าเลือกข้า"_
_พระองค์ค่ะ_
_หม่อมฉันยังไม่พร้อมจะบอกว่าเลือก_
_แต่คืนนี้ เมื่อพระองค์ยื่นพระหัตถ์ให้ หม่อมฉันเอื้อมจับเอง_
_ไม่มีใครบังคับ ไม่มีใครสั่ง_
_หม่อมฉันเลือก_
_หม่อมฉันเลือกแล้ว_
_แต่ยังไม่กล้าพูดออกเสียง_
เธอพลิกตัว กอดหมอน
กลิ่นจันทน์ติดอยู่บนผิว
กลิ่นของพระองค์
เธอหลับตา
คืนนี้ เธอจะฝันถึงแสงจันทร์ สระน้ำ และรอยยิ้มที่ไม่เคยเห็น
ของชายคนเดียวที่ทำให้เธอลืมว่า ในวังหลวงนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับความรัก
────────────────────────────────────── จบตอนที่ 9 ตอนต่อไป: ตอนที่ 10 - แผนร้ายในวัง ──────────────────────────────────────