สัญญารักลับห้องประธาน

วันแรกในนรก

ตอนฟรี

══════════════════════════════════════════════════════════════ สัญญารักลับห้องประธาน ตอนที่ 1: วันแรกในนรก ══════════════════════════════════════════════════════════════

ลิฟต์หยุดที่ชั้น 45

พิมพ์ลดาหายใจเข้าลึก มองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกลิฟต์ ชุดสูทสีกรมท่าเรียบร้อย ผมประบ่าหวีเก็บเรียบไม่มีเส้นแตกแถว ใบหน้าแต่งแต้มเพียงบางเบา เธอเตือนตัวเองอีกครั้งว่าวันนี้คือวันแรกของงานใหม่ งานที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอ

หรืออย่างน้อย... ก็เงินเดือนที่จะช่วยค่ารักษาแม่

ประตูลิฟต์เปิด เธอก้าวออกมาสู่ชั้นบริหารของบริษัท ศิริวัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ทุกอย่างที่นี่ดูหรูหราและเย็นชา ตั้งแต่โต๊ะต้อนรับหินอ่อนไปจนถึงแสงไฟที่ส่องลงมาอย่างพอดี

"คุณพิมพ์ลดาใช่ไหมคะ?" เสียงหญิงสาวดังขึ้น

พิมหันไปเห็นผู้หญิงวัยสามสิบต้นๆ ยิ้มต้อนรับ ป้ายชื่อเขียนว่า "กานต์ - เลขาประธาน"

"ค่ะ ดิฉันพิมพ์ลดาค่ะ มาเริ่มงานวันนี้"

"ยินดีต้อนรับค่ะ" กานต์ยิ้ม แต่มีบางอย่างในแววตาที่ดูเหมือนความเห็นใจ "ฉันกานต์ค่ะ เลขาคนเดิม วันนี้จะมาสอนงานให้ก่อนลาออกไปแต่งงาน"

"ขอบคุณค่ะ พี่กานต์"

กานต์พยักหน้า พาเธอเดินผ่านโถงทำงาน พนักงานหลายคนเงยหน้ามอง บางคนกระซิบกัน พิมรู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้อง แต่เธอไม่สนใจ เธอมาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ได้มาเพื่อให้คนอื่นชอบ

"คุณพิมต้องรู้ไว้ก่อนนะคะ" กานต์พูดเสียงเบาลง "คุณธนัทเขาเป็นคนเข้มงวดมาก เลขาเปลี่ยนมาสามคนในหกเดือน คุณเป็นคนที่สี่"

พิมกลืนน้ำลาย "ขนาดนั้นเลยเหรอคะ"

"ค่ะ แต่พี่เห็นประวัติคุณพิมแล้ว คิดว่าน่าจะอยู่ได้" กานต์ยิ้มให้กำลังใจ "เอาล่ะ นี่ห้องทำงานคุณค่ะ อยู่ติดกับห้องประธาน"

พิมมองห้องทำงานขนาดกะทัดรัดแต่จัดอย่างดี โต๊ะไม้สีเข้ม คอมพิวเตอร์ใหม่ และหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองเบื้องล่าง

"ห้องประธานอยู่ตรงนั้น" กานต์ชี้ไปที่ประตูไม้บานใหญ่ "ตอนนี้คุณธนัทยังประชุมอยู่ น่าจะอีกสักครึ่งชั่วโมง พี่จะพาไปแนะนำตัวทีหลังนะคะ"

พิมพยักหน้า นั่งลงที่เก้าอี้ รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "ธนัท ศิริวัฒน์" มามากมาย ว่าเป็น CEO หนุ่มอัจฉริยะที่พาบริษัทเติบโตสามเท่าในห้าปี แต่ขณะเดียวกันก็ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและเข้มงวด ไม่เคยยิ้มให้ใคร ไม่เคยชมใคร และไม่ยอมรับความผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น

แต่เธอไม่มีทางเลือก งานนี้เงินเดือนสูงกว่าที่เก่าเกือบสองเท่า และเธอต้องการทุกบาททุกสตางค์

เพื่อแม่

---

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว กานต์กลับมาพร้อมรอยยิ้ม

"คุณธนัทว่างแล้วค่ะ เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำตัว"

พิมลุกขึ้น ปรับชุดสูทให้เรียบร้อย แล้วเดินตามกานต์ไปที่ประตูห้องประธาน

กานต์เคาะประตูสองครั้ง

"เข้ามา" เสียงทุ้มดังจากภายใน

พิมหายใจเข้าลึก แล้วก้าวเข้าไป

ห้องทำงานกว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและหรูหรา โต๊ะทำงานไม้เนื้อดีตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านหลังเป็นผนังกระจกที่มองเห็นวิวเมืองทั้งหมด แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจเธอมากที่สุดคือชายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ

ธนัท ศิริวัฒน์

เธอเห็นรูปเขาในข่าวบ้าง แต่ของจริงนั้นแตกต่างออกไป เขาหล่อกว่าในรูปมาก ใบหน้าคมกริบ กรามเหลี่ยม คิ้วเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ดูเหมือนจะทะลุทะลวงทุกอย่างที่มอง ผมสีดำหวีเรียบ สวมสูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างดี ทุกอย่างสมบูรณ์แบบราวกับหลุดมาจากนิตยสาร

แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านคือความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากเขา ราวกับห้องทั้งห้องลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา

เขาไม่ได้เงยหน้ามอง ยังคงก้มอ่านเอกสารอยู่

"คุณธนัทคะ" กานต์เริ่มต้น "นี่คุณพิมพ์ลดา เลขาคนใหม่ค่ะ วันนี้เริ่มงานวันแรก"

เงียบ

ธนัทยังคงอ่านเอกสาร ไม่แม้แต่จะเงยหน้า

พิมรู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอกดความรู้สึกนั้นลงไป เธอต้องการงานนี้

"สวัสดีค่ะ คุณธนัท" เธอพูดเสียงชัด "ดิฉันพิมพ์ลดา วงศ์ประเสริฐค่ะ ยินดีที่ได้ร่วมงาน"

ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้น

ดวงตาสีเข้มจับจ้องเธอ กวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินสินค้า พิมรู้สึกไม่สบายใจ แต่เธอไม่ยอมหลบตา

"มาสาย" เขาพูดสั้นๆ

พิม ขมวดคิ้ว "ขอโทษนะคะ ดิฉันมาถึงตรงเวลาค่ะ แปดโมงครึ่งตามที่ HR แจ้ง"

"HR แจ้งผิด" ธนัทวางปากกาลง "เลขาของผมต้องมาแปดโมง ไม่ใช่แปดโมงครึ่ง"

"แต่ดิฉันไม่ได้รับแจ้ง—"

"ไม่ใช่ปัญหาของผม" เขาตัดบท "วันพรุ่งนี้ แปดโมง ไม่งั้นไม่ต้องมา"

พิมกัดฟัน พยายามควบคุมอารมณ์ "ค่ะ"

ธนัทหยิบเอกสารขึ้นมาส่งให้ "นี่รายงานที่ต้องสรุปให้เสร็จภายในสิบเอ็ดโมง มีคำถามอะไรไหม"

พิมรับเอกสารมา เปิดดูคร่าวๆ ตาเบิกกว้าง เอกสารหนากว่าร้อยหน้า เต็มไปด้วยตัวเลขและกราฟ

"นี่... สิบเอ็ดโมงคะ? ตอนนี้เก้าโมงแล้ว ดิฉันมีเวลาแค่สองชั่วโมง"

"ถ้าทำไม่ได้ก็บอกมาตั้งแต่แรก" ธนัทพูดเสียงเรียบ "ผมจะได้หาคนอื่น"

พิมสูดหายใจเข้าลึก ความโกรธเริ่มเดือดพล่าน แต่เธอนึกถึงใบหน้าแม่ที่นอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล นึกถึงค่ารักษาที่พุ่งสูงขึ้นทุกเดือน

"ได้ค่ะ" เธอพูดเสียงนิ่ง "จะส่งให้ก่อนสิบเอ็ดโมง"

เธอหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่รอคำสั่งเพิ่มเติม

---

"บ้าไปแล้ว!" พิมพึมพำกับตัวเองขณะเปิดเอกสาร "สรุปร้อยหน้าในสองชั่วโมง บ้าชัดๆ"

แต่เธอไม่มีเวลามานั่งบ่น เธอเริ่มทำงานทันที อ่านเร็ว จดประเด็นสำคัญ วิเคราะห์ตัวเลข มือพิมพ์บนคีย์บอร์ดไม่หยุด

เวลาผ่านไปเร็วมาก เธอไม่ได้ลุกไปไหนเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้กระเพาะจะร้อง แม้คอจะแห้ง เธอไม่หยุด

สิบโมงห้าสิบห้านาที

พิมกดพิมพ์ ส่งไฟล์ไปยังอีเมลของธนัท พร้อมกับพิมพ์เอกสารออกมาหนึ่งชุด เธอลุกขึ้น หยิบเอกสาร แล้วเดินไปเคาะประตูห้องประธาน

"เข้ามา"

เธอเปิดประตู เดินเข้าไปวางเอกสารบนโต๊ะ

"รายงานสรุปค่ะ ส่งทางอีเมลด้วยแล้ว"

ธนัทมองนาฬิกา "ยังไม่ถึงสิบเอ็ดโมง"

"ค่ะ เหลือเวลาอีกห้านาที"

เขาหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดู ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ พลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ พิมยืนรอ หัวใจเต้นแรง

หลายนาทีผ่านไป

"หน้าสามสิบสอง" ธนัทพูดขึ้น "ตัวเลขผิด"

พิมเลิกคิ้ว "ผิดยังไงคะ?"

"กำไรสุทธิไตรมาสสาม ควรเป็น 847 ล้าน ไม่ใช่ 874 ล้าน เธอสลับตัวเลข"

พิมรับเอกสารมาดู ตรวจสอบอีกครั้ง ใจหนึ่งรู้สึกหงุดหงิดที่ทำผิดพลาด แต่อีกใจหนึ่งก็แปลกใจที่เขาจำตัวเลขได้แม่นขนาดนี้

"ขอโทษค่ะ ดิฉันจะแก้ไขให้"

"ไม่ต้อง" ธนัทวางเอกสารลง "ความผิดพลาดครั้งแรก ผมให้อภัย แต่ครั้งหน้าจะไม่มีครั้งที่สอง"

พิมกดฟันแน่น "ค่ะ"

"และอีกอย่าง" เขาพูดต่อ เงยหน้ามองเธอด้วยดวงตาเย็นชา "เมื่อกี้เธอเดินออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่าทำอีก"

"ดิฉันคิดว่าการประชุมจบแล้ว—"

"ยังไม่จบจนกว่าผมจะบอกว่าจบ" ธนัทตัดบท "เธอเป็นเลขาของผม หน้าที่ของเธอคือทำตามที่ผมสั่ง ไม่ใช่ตัดสินใจเอง"

พิมรู้สึกเลือดขึ้นหน้า ความอดทนที่สะสมมาทั้งวันเริ่มเต็ม

"คุณธนัทคะ" เธอพูดเสียงนิ่งแต่หนักแน่น "ดิฉันเข้าใจว่าคุณเป็นเจ้านาย แต่ดิฉันก็เป็นคนเหมือนกัน การพูดจาอย่างนี้ไม่เหมาะสม"

ธนัทเลิกคิ้ว ดูเหมือนแปลกใจเล็กน้อย

"เธอกำลังสอนผมเรื่องมารยาทเหรอ?"

"ดิฉันกำลังบอกว่า ดิฉันยินดีทำงานหนัก ยินดีทำตามคำสั่ง แต่ดิฉันไม่ยินดีถูกดูถูก" พิมพูดตรงๆ "ถ้าคุณต้องการเลขาที่นั่งหัวก้มรับคำสั่งอย่างเดียว ดิฉันอาจไม่ใช่คนที่เหมาะสม"

เงียบ

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป ธนัทมองเธอนิ่ง ดวงตาเข้มจับจ้องราวกับกำลังประเมินใหม่อีกครั้ง

"เธอกล้าดี" เขาพูดในที่สุด เสียงเรียบแต่มีบางอย่างซ่อนอยู่

"ดิฉันแค่พูดความจริงค่ะ"

ธนัทเอนหลังพิงเก้าอี้ มุมปากขยับเล็กน้อย ไม่ถึงกับยิ้ม แต่ก็ไม่ใช่สีหน้าเย็นชาเหมือนก่อน

"สามคนก่อนหน้าเธอ ไม่มีใครกล้าเถียงผม" เขาพูด "พวกเขาพยักหน้ารับคำสั่ง ทำงานผิดพลาด แล้วก็ลาออกไป"

"ดิฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อลาออกค่ะ" พิมพูดหนักแน่น "ดิฉันมาเพื่อทำงาน"

"เพราะต้องการเงิน?"

พิมชะงัก ไม่คิดว่าเขาจะพูดตรงขนาดนี้

"...ใช่ค่ะ" เธอยอมรับ "ดิฉันต้องการเงิน และดิฉันยินดีทำงานหนักเพื่อแลก แต่ไม่ได้หมายความว่าดิฉันจะยอมให้ใครมาดูถูก"

ธนัทมองเธออีกครู่ แล้วก็พยักหน้า

"โอเค" เขาพูด "พรุ่งนี้แปดโมง อย่ามาสาย"

พิมเข้าใจว่านี่คือการสิ้นสุดบทสนทนา เธอพยักหน้า แล้วเดินออกจากห้องไป

---

ตกเย็นวันนั้น พิมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน รู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือแรง ทั้งวันเธอถูกใช้งานหนักมาก ตั้งแต่สรุปรายงาน จัดตารางประชุม ติดต่อลูกค้า จนถึงสั่งอาหารกลางวันให้ประธาน (ซึ่งเขาบ่นว่าไม่ตรงใจ)

แต่เธอทำได้ทุกอย่าง โดยไม่บ่นสักคำ

"คุณพิมยังไม่กลับเหรอคะ?" กานต์เดินเข้ามา "หกโมงแล้วนะ"

"ต้องจัดตารางพรุ่งนี้ให้เสร็จก่อนค่ะ"

"คุณธนัทกลับไปแล้วตั้งนานแล้วนะ" กานต์หัวเราะเบาๆ "ไม่จำเป็นต้องอยู่จนดึกขนาดนี้"

พิมยิ้มอ่อน "พี่กานต์คะ ขอถามหน่อยได้ไหมคะ คุณธนัทเขา... เป็นอย่างนี้ตลอดเลยเหรอคะ?"

กานต์นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วก็ถอนหายใจ

"เขาไม่ได้เป็นคนร้ายหรอกค่ะ แค่... เย็นชา" กานต์พูด "พี่อยู่มาห้าปี เห็นเขาเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่เรื่องคู่หมั้น..."

"คู่หมั้น?"

"เรื่องเก่าค่ะ" กานต์ส่ายหน้า "ไม่ควรเล่า สรุปคือเขาเคยเป็นคนยิ้มง่ายนะ แต่ตอนนี้..."

เธอไม่ได้พูดต่อ แต่พิมเข้าใจ

"ขอบคุณค่ะพี่กานต์"

---

พิมเดินออกจากตึกสำนักงานตอนเกือบทุ่ม ท้องฟ้ามืดสนิท แสงไฟในเมืองระยิบระยับ เธอเดินไปที่ป้ายรถเมล์ รู้สึกเท้าเจ็บจากการใส่รองเท้าส้นสูงทั้งวัน

โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น

"แม่คะ" เธอรับสาย

"พิมจ๊ะ งานวันแรกเป็นยังไงบ้างลูก?"

พิมยิ้ม แม้จะรู้สึกเหนื่อยแค่ไหน เสียงแม่ก็ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเสมอ

"ดีค่ะแม่ เจ้านายใจดีมาก พนักงานทุกคนน่ารัก"

"จริงเหรอลูก ดีใจจังเลย แม่เป็นห่วงนะ กลัวพิมจะเหนื่อย"

"ไม่เหนื่อยค่ะ" พิมโกหก "แม่พักผ่อนเยอะๆ นะคะ พรุ่งนี้พิมจะไปเยี่ยม"

"ไม่ต้องมาทุกวันก็ได้นะลูก พิมต้องทำงาน"

"พิมอยากไปค่ะ" เธอพูดเสียงอ่อน "คิดถึงแม่"

วางสายไปแล้ว น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

เธอเช็ดน้ำตา มองขึ้นไปที่ตึกสูงของบริษัทศิริวัฒน์ ห้องทำงานชั้น 45 ยังมีไฟเปิดอยู่

แปลกใจ กานต์บอกว่าธนัทกลับไปนานแล้ว แล้วใครยังอยู่?

เธอส่ายหน้า ไม่ใช่เรื่องของเธอ รถเมล์มาถึงพอดี เธอก้าวขึ้นรถ ทิ้งความคิดเรื่องประธานร้ายไว้ข้างหลัง

พรุ่งนี้แปดโมง

เธอจะไม่มาสาย

---

ในห้องทำงานชั้น 45

ธนัทนั่งอยู่หลังโต๊ะ มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นร่างเล็กๆ ของเลขาคนใหม่เดินออกไปจากตึก

"พิมพ์ลดา วงศ์ประเสริฐ..." เขาพึมพำ

เขาเปิดแฟ้มประวัติเธอขึ้นมาอีกครั้ง อ่านทุกบรรทัด

จบเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ทำงานหาเงินตั้งแต่สมัยเรียน ลาออกจากบริษัทเก่าเพราะ "เหตุผลส่วนตัว" แม่ป่วยเป็นมะเร็ง พ่อเสียชีวิตเมื่อสิบปีก่อน

เขาปิดแฟ้ม เอนหลังพิงเก้าอี้

เลขาสามคนก่อนหน้า ไม่มีใครกล้าสบตาเขา ไม่มีใครกล้าเถียง พวกเขาหัวก้มรับคำสั่ง แล้วก็ลาออกไปเงียบๆ

แต่คนนี้...

"เธอกล้าดี" เขาพูดซ้ำคำพูดตัวเอง

มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเป็นเส้นตรงเหมือนเดิม

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาคนๆ หนึ่ง

"ผมต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พิมพ์ลดา วงศ์ประเสริฐ... ทุกอย่าง"

วางสาย เขามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง

เลขาคนนี้... น่าสนใจ

---

[ จบตอนที่ 1 ]

══════════════════════════════════════════════════════════════ ตอนหน้า: ตอนที่ 2 - กฎของประธาน ══════════════════════════════════════════════════════════════

ชอบเรื่องนี้ไหม?

อ่านเรื่องเต็มได้ที่: